รอยยิ้มอันสงบเป็นมิตรที่มองมายังมัน ร่างกายของมันก็สั่นขึ้นทันที!
ตายก็ตาย!
มันเลื้อยไปยังแขนเสื้อของมู่เฉียนซีและตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะไป
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าแน่ใจนะว่าจะอยู่ในนี้”
เจ้าตัวน้อยไม่ขยับแม้แต่น้อย ราวกับว่ามันแกล้งตายไปแล้ว
“เช่นนั้นข้าไปแล้วนะ”
“ซู่!” เจ้าตัวน้อยยังคงตึงเครียดอยู่เล็กน้อยแต่มันก็ไม่ได้จากไป
มู่เฉียนซีมองไปยังเสี่ยวไป๋แล้วกล่าว “เสี่ยวไป๋ ข้าจะเข้าไปในนั้น! แล้วเจ้าเล่า?”
“ไปเป็นเพื่อนเจ้า!”
“ไปกันเถอะ!” กู้ไป๋อีดึงตัวมู่เฉียนซีมาไว้ใกล้ตน ยังไม่รู้ว่าข้างในนี้นั้นมีอะไร เขาจะไม่ปล่อยมือไปอย่างแน่นอน
ในตอนที่ถูกลำแสงสีแดงนั้นปกคลุมเอาไว้ มู่เฉียนซีสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันที่เคยพบมาก่อน สีหน้าของนางพลันซีดเผือดลง
“ซีเอ๋อร์…” กู้ไป๋อีตะโกนเรียกที่ข้างหูของนาง ในตอนนี้พวกเขาได้มาปรากฏตัวขึ้นที่สถานที่อีกแห่งหนึ่ง
มู่เฉียนซีดึงกู้ไปอีไว้แน่นแล้วกล่าว “เสี่ยวไป๋ เกรงว่าที่ข้าเดาเอาไว้คงจะไม่ผิด ที่แห่งนี้เป็นที่ที่วิญญาณกระบี่พิฆาตปรากฏตัวขึ้น มันจะต้องอยู่ที่นี่เป็นแน่”
กู้ไป๋อีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “ข้าจะไม่ให้สิ่งนั้นทำร้ายเจ้าแน่!”
ยังไม่ทันรอให้พวกเขาได้ตรวจดูสถานการณ์ที่รอบด้าน กลิ่นอายอันเย็นยะเยือกและดำมืดก็ได้ล้อมพวกเขาเข้ามา
พลังวิญญาณของมู่เฉียนซีได้พุ่งกวาดออกไป สิ่งเหล่านั้นเป็นรูปทรงมนุษย์แต่กลับไม่มีร่างกาย มันเหมือนดั่งวิญญ