เมืองนี้ว่างเปล่าไม่มีคน และกล่าวได้ว่าเป็นเมืองงานศิลปะที่งดงาม
อาคารทุกหลังในเมืองถูกแกะสลักอย่างประณีตมาก แม้แต่ที่มุมถนนก็ไม่มีข้อบกพร่องเลยแม้แต่น้อย
นี่คือผลงานที่สวยงามที่สร้างขึ้นโดยนักหลอมอาวุธระดับสูงสุดผู้หนึ่ง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “มีบางคนเป็นคนแรกที่เปิดประตู นั่นหมายความว่ามีคนมาก่อนแล้ว รีบตามหาคนผู้นั้นเสียก่อน”
มู่เฉียนซีให้อู๋ตี้และเสี่ยวหงออกมาช่วยค้นหา แต่ในเมืองที่มีความงดงามแห่งนี้กลับหาใครไม่พบเลย
กู้ไป๋อีส่ายหัว “ซีเอ๋อร์ ไม่มีใครอยู่ที่นี่ คาดว่าหากต้องการที่จะเข้าสู่สถานที่ของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ จะต้องหากลไกเปิดมันให้ได้ มีคนพบมันและนำหน้าเราไปหนึ่งก้าวแล้ว แต่พวกเรากลับยังไม่รู้อะไรเลย”
“เช่นนั้นคงทำได้เพียงค้นหาแล้ว”
มีวิธีที่รวดเร็วกว่านั้น นั่นก็คือให้กระบี่มังกรเพลิงหา แต่น่าเสียดายที่มันเสี่ยงเกินไป
นางมีแผนที่ถึงได้รวดเร็วขนาดนี้ ตามหลักนอกจากเฟิงอวิ๋นซิวแล้ว ท่านอารองและพวกไม่มีทางมาถึงเร็วขนาดนั้น
มู่เฉียนซีและกู้ไป๋อีค้นหาแล้วครึ่งค่อนวัน ทันใดนั้นเงาร่างสีขาวก็ลงมาอยู่ข้าง ๆ มู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ มีคนเข้ามาในเมืองอีกแล้ว”
“พวกเราซ่อนตัวก่อนเถอะและรอดูว่าเกิดอะไรขึ้น!”
“อืม!”
มู่เฉียนซีและกู้ไป๋อีซ่อนตัวอยู่ในตึกสูงข้าง ๆ กำแพงเมืองนี้ และทันทีที่คนเข้ามาใกล้ พวกเขาก็รู้ชัดทันทีว่าเป็นใคร?
ผู้นำเป็นชายวัยกลางคนแต่งกายด้วยชุดสีขาว