ิบเอาเข็มยาที่ติดตัวมาเขวี้ยงออกไปทางอินรั่วเฉิน
การต่อสู้ของกู้ไป๋อี จะเชื่อฟังคำของสตรีผู้นี้ไปได้อย่างไรกัน
นับตั้งแต่อินรั่วเฉินได้รู้จักกับกู้ไป๋อีมา เขาเข้าใจกู้ไป๋อีมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมากก็คือ กู้ไป๋อีที่กำลังต่อสู้กับเขาอย่างเอาเป็นเอาตายกลับพุ่งไปด้านหน้ามู่เฉียนซี และพามู่เฉียนซีหนีไป
ตูม ตูม ตูม! ระเบิดพิษและผงพิษมากมายระเบิดขึ้นรอบกายเขา
กู้ไป๋อีใจจดใจจ่อกับการฝึกบำเพ็ญเท่านั้น การต่อสู้ของผู้แข็งแกร่งอย่างพวกเขาทั้งสอง แต่ไหนแต่ไรมากู้ไป๋อีไม่เคยให้ผู้ใดเข้ามาสอดแทรกได้ แต่ว่าในตอนนี้…
กู้ไป๋อีตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว แต่อินรั่วเฉินก็ไม่อาจคิดมากไปได้ เขาจึงรีบไล่ตามพวกเขาไป
แต่อย่างไรเสียพลังของกู้ไป๋อีก็แข็งแกร่งกว่าเขาไปก้าวหนึ่ง
การที่เขาต้องการหนีนั้น ไม่ใช่คนอย่างอินรั่วเฉินจะสามารถไล่ตามทันได้ง่าย ๆ
กลิ่นอายของอินรั่วเฉินได้หายไปแล้ว มู่เฉียนซีถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไปเปราะหนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “ในที่สุดก็สลัดพ้นจากเจ้านั่นได้สักที! ต้องขอบใจเจ้ามากนะเสี่ยวไป๋”
“ซีเอ๋อร์ไปยั่วโมโหอินรั่วเฉินได้อย่างไร” กู้ไป๋อีมองมู่เฉียนซีพลางกล่าวถาม
คำเรียกที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ทำให้มู่เฉียนซีถลึงตามองเขา “เสี่ยวไป๋ เจ้านี่มันช่างไร้เหตุผลเกินไปแล้วจริง ๆ”
“ข้อตกลงระหว่างข้ากับซีเอ๋อร์ก็ได้จบสิ้นลงไปแล้ว ซีเอ๋อร์ยังจะให้ข้าเรียกว่าคุณหนูใหญ่อีกอย่างนั้นเหรอ?” กู้ไ