ป๋อีขยับเข้าไปใกล้มู่เฉียนซีพลางกล่าว
“แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน! เจ้าจะเรียกยังไงก็ตามใจเจ้า ครั้งนี้ข้าต้องขอบใจเจ้ามาก ที่ข้าทำให้พระนั่นโกรธเข้าก็เพราะว่าเจ้างูน้อยตัวนี้…”
จนกระทั่งตอนนี้เจ้างูน้อยก็ไม่ได้หนีเอาตัวรอดไปแต่อย่างใด มู่เฉียนซีจึงเอามันออกมา
เมื่อเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้า เจ้างูน้อยตัวนี้ก็ขี้ขลาดตาขาวขึ้น มันจึงเอาแต่ม้วนตัวเป็นเกลียวที่ข้อมือของนาง
มู่เฉียนซีมองกู้ไป๋อีและกล่าวถามว่า “เสี่ยวไป๋ เจ้าว่าเจ้านี่เป็นมันสิ่งใดกันแน่ เหตุใดอินรั่วเฉินนั่นถึงจะเอามันไปให้ได้?”
กู้ไป๋อีมองเจ้างูน้อยอย่างพิจารณาแต่กลับมองไม่เห็นถึงสาเหตุใดเลย
เขากล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “อินรั่วเฉินไม่ได้สนใจในสิ่งใดเลย ต่อให้มหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จะวางอยู่ตรงหน้าก็เป็นเพียงแค่ฝุ่นผงเท่านั้น นี่ไม่ใช่การเสแสร้ง แต่เป็นนิสัยของเขา!”
“และการที่เขาออกมาหามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ในครั้งนี้ ก็ทำหลาย ๆ คนไม่เข้าใจเหมือนกัน ในตอนนี้เขาต้องการเจ้างูน้อยตัวนี้ คาดว่าเจ้างูน้อยนี่น่าจะเกี่ยวข้องกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์!”
มู่เฉียนซีจ้องมองเจ้างูน้อยและกล่าวว่า “เจ้าเกี่ยวข้องกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์อย่างนั้นเหรอ?”
หากเป็นคนอื่น มันไม่มีทางยอมรับแน่นอน
แต่กับมู่เฉียนซีมันไม่อยากโกหก ครั้นแล้วมันจึงพยักหน้ายอมรับ
สีหน้าของมู่เฉียนซีเคร่งขรึมขึ้น นางกล่าว “เจ้างูน้อย ที่ข้ามาที่นี่ข้าไม่ไ