ไม่มีแรงดึงดูดต่อเขาเลยแม้แต่น้อย มู่เฉียนซีแอบกล่าวกับตนเอง “ก็มิใช่ว่าทุกคนนั้นจะเหมือนกับจวินโม่ซีที่เป็นตัวตะกละผู้ไม่มีการควบคุมตนในการกินแม้แต่น้อย”
อินรั่วเฉินไร้ปฏิกิริยาแม้แต่น้อย แต่ทว่าเจ้าตัวน้อยนี่กลับหิวเสียแล้ว
มันค่อย ๆ เลื้อยออกมาจากแขนเสื้อของมู่เฉียนซีและจ้องมองเนื้อย่างนั้นตากลมแป๋ว นี่เป็นอาหารของมนุษย์ แต่ดูแล้วก็น่าอร่อยเป็นอย่างมาก
เมื่อเจ้าตัวเล็กพบว่าสายตาของอินรั่วเฉินเหลือบมองมา
สายตาของเขานั้นไม่มีความเป็นอันตรายเลยแม้แต่น้อย เจ้าตัวเล็กจึงได้นำความสนใจทั้งหมดมุ่งไปที่เนื้อย่างและไม่ได้สนใจสิ่งอื่นแต่อย่างใด
มู่เฉียนซีกล่าว “เจ้าเองก็อยากกินด้วย? นี่ให้เจ้า!”
เจ้าตัวน้อยกินเนื้อย่างเข้าไปแค่เพียงคำเล็ก ๆ ก็ปรากฏท่าทางอันเจ็บปวดขึ้นมา
มันเกิดอะไรขึ้น? เนื้อย่างของนางก็มิได้เหมือนกับอาหารอันดำมืดของท่านปู่ตงหวงและจิ่วเยี่ยที่ถึงแก่ชีวิตเสียหน่อย ทำไมถึงได้เกิดปัญหาขึ้นกับเจ้าตัวน้อยเล่า!
หลังจากที่มู่เฉียนซีได้ตรวจดูร่างกายของมันแล้วก็จนปัญญา “ตอนนี้ตัวเจ้านั้นเล็กกระจ้อยไม่อาจที่จะกินอาหารพวกเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากได้เลย เจ้าเองก็รู้แต่ยังกล้ากินโดยไม่กลัวตายอีก”
“ฟ่อ…ฟ่อ…” เจ้างูน้อยที่เจ็บปวดนั้นได้บิดม้วนจนตัวเป็นขนมเกลียว น้ำตาของมันไหลออกมาแล้วมองไปยังมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “อดทนสักหน่อย ข้าจะเตรียมยาให้เจ้าเดี๋ยวนี้”
มู่เฉียนซีนำสมุนไพรวิญญาณอ