นี้ และตอนนี้มันก็ไม่ได้น่าเกรงขามเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว
มู่เฉียนซีเห็นเช่นนี้ก็ตกใจผงะไป นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจู่ ๆ ถึงถูกเผาเช่นนี้ไปได้
เงาสีแดงเงาหนึ่งพุ่งออกมาจากในเปลวไฟนั้นมาอยู่ที่มือของมู่เฉียนซี มันเลียฝ่ามือมู่เฉียนซีด้วยลิ้นที่เย็นฉ่ำนั้น
“เจ้างูน้อย นี่เจ้าไม่เป็นอะไรเหรอ?”
เจ้างูน้อยที่ไม่ได้เป็นแม้แต่สัตว์วิญญาณระดับหนึ่งถูกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับหกกลืนลงไปเช่นนั้น นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะรอดปลอดภัยมาได้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ
“เมื่อครู่ เจ้าเป็นคนเผาเจ้านั่นเหรอ?”
แววตาของเจ้างูน้อยนี้เผยความภาคภูมิใจออกมา ราวกับกำลังพูดว่า แน่นอนว่าเป็นฝีมือข้า!
มู่เฉียนซียื่นมือไปลูบหัวมันเบา ๆ และกล่าวว่า “เจ้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก!”
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนชื่นชมว่ามันเก่งกาจ ไม่ใช่สวะไร้ประโยชน์ ครั้นแล้วเจ้างูน้อยก็หน้าแดงขึ้น
แต่ร่างแท้ของมันเป็นสีแดง แน่นอนว่าไม่มีใครดูออกว่าหน้ามันแดง
มู่เฉียนซีกล่าว “สมุนไพรวิญญาณข้างล่างนั้นเจ้าก็เก็บมาให้ข้าเยอะมากแล้ว เจ้าไม่ต้องเก็บแล้วล่ะ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์ใหญ่ที่รับมือยากโผล่ออกมาอีก ถึงแม้ว่าเจ้าจะพิเศษ แต่หากต่อไปไม่ได้หนีรอดมาอย่างง่ายดายเช่นนี้แล้วจะทำยังไงล่ะ”
เจ้างูน้อยพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง จากนั้นก็กัดแขนเสื้อของมู่เฉียนซีดึงมู่เฉียนซีกลับไป
มู่เฉียนซีตกใจผงะไปเล็กน้อย “ข้าเพิ่งจะมาตรงนี้เองนะ ไม่อยากกลับไป”
แต่เจ้างูน้อยร้