พลันนั้นคนเหล่านี้ก็เริ่มมีสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนักลงเรื่อย ๆ ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาและกล่าวว่า “ข้าเข้าใจเจ้าสองคนผิดไปแล้ว ต้องขอโทษจริง ๆ แต่ผลึกอัคคีหมื่นปีนี้เป็นสิ่งที่สหายพี่น้องของข้าสละชีวิตแย่งชิงมา ไม่รู้ว่าพวกเจ้าสองคนจะยอมมอบผลึกอัคคีหมื่นปีนี้ให้พวกข้าได้หรือไม่”
การใส่ร้ายป้ายสีไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงเพ่งเล็งความสนใจไปที่ผลึกอัคคีหมื่นปี
มู่เฉียนซีกล่าว “ของสิ่งนี้พวกข้าก็เสี่ยงชีวิตแย่งชิงมาจากสัตว์วิญญาณนั้น เหตุใดข้าต้องมอบให้พวกเจ้าด้วย”
ชายวัยกลางคนผู้นี้กล่าวว่า “ทั้งสอง ข้าเป็นถึงผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักจื่อเหลย (สำนักอัสนีสีม่วง) กองกำลังระดับสองครึ่ง พวกเจ้าจะขายให้พวกข้าได้หรือไม่?”
ขอร้องไม่ได้ผล เช่นนั้นก็เผยสถานะตัวตนออกไปเลยก็แล้วกัน
สำนักจื่อเหลย (สำนักอัสนีสีม่วง) อยู่ในแดนตะวันออก นับว่าเป็นสำนักระดับสองครึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดก็ว่าได้
หลิงเหลือบมองพวกเขาอย่างเย็นชา “กองกำลังระดับสองครึ่ง กล้าคิดจะแย่งชิงของในมือข้า”
“ไสหัวไปให้พ้น!”
คำพูดขับไสไล่ส่งนี้เต็มไปด้วยการบีบบังคับอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้คนไม่น้อยต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่น
รูม่านตาของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักจื่อเหลย (สำนักอัสนีสีม่วง)ท่านนี้หดตัวลง นึกไม่ถึงเลยว่าหนุ่มสาวคู่นี้จะไม่เห็นสำนักจื่อเหลยอยู่ในสายตาเลย
เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงแค่ประการเดียวเท่านั้นแล้ว นั่นก็คือเขาเป็นคนขอ