มู่เฉียนซีกล่าว “ตอนนี้แยกย้ายกันไปจัดการ!”
“ซิงเฉิน เจ้าไปหาเฟิงอวิ๋นซิว ถ้าหากว่าพลังของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์บ้าคลั่งและกระหายเลือด เช่นนั้นแล้วจะต้องมีวิญญาณมังกรเพลิงพิฆาตอยู่แน่ ถึงต่อให้ต้องฟาดเขาให้สลบ ก็ต้องนำตัวออกมาให้ได้”
ทฤษฎีความดีและความชั่วไม่สามารถหยุดเฟิงอวิ๋นซิวได้ จะมีก็แต่เพียงวิธีการที่รุนแรงเท่านั้น
แม้ว่ามันจะทำให้เขาเสียดาย แม้ว่าจะให้พวกเขากลับกลายเป็นมีความแค้น ก็ยังดีกว่าที่พวกเขาต้องตายตกไป
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปทางจื่อโยว “เจ้าไปหาเสี่ยวไป๋ ถ้าหากพบวิญญาณกระบี่ละก็ ห้ามมิให้เขาไปแย่งชิงกับผู้อื่น”
จื่อโยวเบ้ปากกล่าว “กู้ไป๋อีท่านนั้นเป็นถึงยอดฝีมือขั้นสูงสุด เขาไม่ตายหรอก ข้าอยู่ที่นี่เพื่อปกป้องสาวน้อยคนงามเสียดีกว่ากระมัง!”
“ผู้อื่นนั้นไม่สามารถทำอะไรเขาได้ แต่วิญญาณมังกรเพลิงพิฆาตอันตรายเป็นอย่างมาก ข้าไม่อยากให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยว จะต้องมีคนผู้หนึ่งหยุดยั้งเขา”
“ส่งใครไปสักคนก็ได้แล้วนี่ ถ้าหากให้จิ่วเยี่ยรู้เข้าว่าข้าไม่ได้อยู่ปกป้องข้างกายเจ้า อีกทั้งไปปกป้องชายผู้อื่นแล้วด้วย เขาจะต้องสับข้าเป็นหมื่น ๆ ชิ้นเป็นแน่” จื่อโจวกล่าวอย่างน่าเวทนา
ส่วนซิงเฉินที่เชื่อฟังคำสั่งมาโดยตลอดได้กล่าวขึ้น “นายหญิง คำสั่งของท่านนั้นข้ามิกล้าที่จะมิทำตาม แต่ข้ากับจื่อโยวต้องมีสักคนที่อยู่ข้างกายท่านถึงจะได้”
“นายหญิง…” แม้แต่มู่อีก็ไม่เห็นด้วย
มู่เฉียนซีกล่าว