“มู่อี!”
“ข้าน้อยรับคำสั่ง!”
มู่เฉียนซีผายมือแล้วโยนขวดยาออกมาอยู่หลายขวด “เจ้าคัดเลือกคนจำนวนหนึ่งไปหาเสี่ยวไป๋ จงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อมิให้เกิดการต่อสู้กับผู้อื่น ระวังความปลอดภัยด้วย”
มู่อีพยักหน้ารับ “ขอรับ!”
ทั้งหมดแบ่งออกเป็นสามกลุ่มแยกกันปฏิบัติการ ทันทีที่ซิงเฉินจากไป รอยยิ้มของจื่อโยวก็ยิ่งยั่วยวนเข้าไปทุกที
“สาวน้อยคนงาม ยากนักที่เราสองคนจะมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นส่วนตัวสองคนไร้ผู้อื่น เจ้าว่าข้าควรจะทำตัวเช่นไรดีเล่า!” เสียงนั้นช่างยั่วยวนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
มู่เฉียนซีกล่าวถามขึ้น “องครักษ์เงาของตระกูลข้าและลูกสมุนของเจ้านั้นมิใช่คนแล้วหรือ?”
ใบหน้าที่มีรอยยิ้มของจื่อโยวแข็งทื่อไปพลัน “สาวน้อยคนงาม เจ้าช่างไม่รู้เรื่องอะไรเช่นนี้ เยี่ยของเจ้าจะรู้หรือไม่?”
“เจ้าปีศาจ เจ้าเย้ายวนเช่นนี้ เยี่ยของเจ้าจะรู้หรือไม่?” มู่เฉียนซีสวนกลับไป
จื่อโวยรู้สึกเศร้าโศก พลังการทำลายล้างของเยี่ยของเขานั้นแข็งแกร่งมากเกินไปนัก ตนเองที่อยู่ต่อหน้าสาวน้อยคนงามในตอนนี้ไร้ซึ่งพลังและเรี่ยวแรงต่อสู้ใด ๆ ทั้งสิ้น
ความงดงามของตนเองนั้นแทบจะไม่สามารถทำให้สาวน้อยคนงามลุ่มหลงได้เลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีกล่าว “จื่อโยว เจ้านี่ช่างโอ้อวดมากเกินไปนัก! เจ้าจงไปคอยโอกาสตามเหมาะสมแล้วปฏิบัติงานในมุมมืดเหมือนดั่งองครักษ์เงาและสมุนของเจ้าเถอะ!”
จื่อโวยกล่าว “จะไปได้เช่นไรเล่า! สาวงามอย่างที่สุดเช