่นสาวน้อยคนงามจะไม่มีผู้พิทักษ์บุปผางามอยู่ข้างกายได้อย่างไร”
“ผู้พิทักษ์บุปผางาม? ข้าว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่ไม่เลิกราเสียมากกว่ากระมัง!” มู่เฉียนซีมองจื่อโจวอย่างพิจารณาด้วยสีหน้าที่รังเกียจ
สายตาที่รู้สึกรังเกียจขยะแขยงนั้นช่างทำให้จื่อโยวใจสลายจริง ๆ
จื่อโยวรีบกล่าวขึ้น “ข้าจะไม่พูดอะไรทั้งสิ้น จะพยายามเป็นแต่แจกันดอกไม้คงได้แล้วกระมัง!”
“แจกันดอกไม้มันก็ยังมากไปนัก รีบหายตัวไปเสีย!”
“สาวน้อยคนงาม…”
มู่เฉียนชีได้นำเข็มยาเข็มหนึ่งขึ้นมาเตือนจื่อโยว
จื่อโยวไม่ได้เกรงกลัวอะไรนัก “สาวน้อยคนงาม แม้ว่าพิษของเจ้าจะร้ายกาจ แต่ก็คงจะไม่มีผลอะไรกับข้ามากนักหรอก!”
มู่เฉียนซีทำหน้าเหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม แล้วกล่าว “เจ้าแน่ใจ! พิษนี้ของข้าเนี่ย! อาจจะไม่ถึงแก่ชีวิต และก็มันจะไม่ทำให้ทรมาน แต่แค่เพียงไม่สามารถเป็นชายไปได้ตลอดชีวิตก็เท่านั้นเอง จื่อโยวเจ้าจะลองสักหน่อยหรือไม่…”
“อย่า…” เมื่อจื่อโยวได้ยินแล้วก็หลบไปอย่างรีบร้อน
ฤทธิ์ของมันนั้นน่าหวั่นพรึงเสียยิ่งกว่าตายหรือถูกถลกหนังล้วงดึงเส้นเอ็นเสียอีก
หญิงสาวผู้นี้ของเยี่ยแข็งกร้าวนัก เขาจงอย่าได้ล้อเล่นอีกเลย! มิเช่นนั้นแล้วหลังจากนี้ไปคงจะไม่มีเรื่องของความสุขสันต์ให้กล่าวกันอีกแล้ว
“ข้าจะซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด สาวน้อยคนงามถ้าหากเจ้ามีเรื่องอันใดก็เรียกชื่อข้าในทันที ข้าจะออกมาช่วยเหลือ” จื่อโยวกล่าวด้วยอาการรำคาญ
สาวน้อยคนงามคิดค้นยาพิษเช่นนี้ข