เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “มันยังเป็นราชาแห่งการเข่นฆ่าอีกด้วย! ไม่ว่ามันจะย่างกรายไปที่ใด ที่นั่นก็จะกลายเป็นสายธารแห่งเลือด ศพกระดูกกองเป็นภูเขา”
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อเจ้าเองก็รู้ดีอยู่แล้ว เช่นนั้นเจ้าก็น่าจะรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะสามารถควบคุมได้”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ข้าควบคุมไม่ได้ แต่นางสามารถควบคุมมันได้ ขอเพียงแค่ข้านำมันไปถึงมือนาง”
“แต่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์จะยอมให้ใครเอาไปได้อย่างนั้นเหรอ?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถของข้า!” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวด้วยความเด็ดเดี่ยว
“ข้ารู้ว่าต่อให้ข้าพูดอันใดไปมันก็ไร้ประโยชน์อยู่ดี ในเมื่อเจ้าบอกลาเสร็จแล้วก็รีบไสหัวไปเสียเถอะ! อาหารเหล่านี้ข้าก็ไม่แบ่งให้เจ้ากินหรอกนะ” มู่เฉียนซีกล่าวขับไล่ด้วยสีหน้าที่เย็นชา
จวินโม่ซีกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ใช่! ไม่แบ่งให้คนอย่างเจ้าหรอก”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เฉียนซี ก่อนข้าจะจากไป ข้าอยากจะถามเจ้าว่าเจ้าจะไปที่นั่นหรือไม่ ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “หากข้าไม่ไป พวกเจ้าก็ค่อย ๆ แย่งชิงกันไปเถอะ หากเจ้าตายข้าก็จะไม่ไปเก็บศพเจ้าหรอกนะ แต่หากข้าไป ข้าก็คงจะเหมือนกันกับเจ้า ไม่ยอมปล่อยให้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์หลุดมือไปได้แน่นอน และเมื่อถึงตอนนั้นเราก็จะกลายเป็นศัตรูกันแล้ว”
“เฉียนซียังตัดสินใจไม่ได้ใช่หรือไม่!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เฟิงอวิ๋นซิว ข้ากับเจ้าเราต่างกัน! ชีวิตของเจ้าเป็นของคนผู้นั้นที่