็มากันแล้วขอรับ”
มู่เฉียนซีได้ยินชื่อนี้ก็ตกใจสะดุ้งขึ้นเล็กน้อย “อินรั่วเฉิน!”
เสี่ยวไป๋เคยบอกกับนางว่าคนผู้นี้อันตรายมาก
“คนอื่นล่ะ ตำหนักเป่ยหานมีความเคลื่อนไหวใดหรือไม่ ?”
“ตำหนักเป่ยหานได้ส่งยอดฝีมือมาเกือบทั้งหมด ดูเหมือนว่าปรารถนาจะเอากระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ให้ได้ หัวหน้าตำหนักเป่ยหาน ผู้อาวุโสสูงสุด องครักษ์ฝ่ายซ้าย…”
“เจ้าว่าอะไรนะ องครักษ์หลิงก็ไปด้วยเหรอ” มู่เฉียนซีกล่าวขึ้นด้วยความตกใจ
“ขอรับ!”
มู่เฉียนซีสบถด่าว่า “ตำหนักเป่ยหานเป็นบ้าอะไร! พวกเขาสนใจในหม้อเทพนิรันดร์มาโดยตลอดไม่ใช่หรอกเหรอ เหตุใดจู่ ๆ ถึงได้มาสนใจกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ได้ แถมยังลากอารองไปที่ที่อันตรายเช่นนั้นอีก”
“นายท่านรองเขา…”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ากลัวพวกเจ้าจะเป็นห่วงก็เลยไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพวกเจ้า ตอนนี้อารองถูกตำหนักเป่ยหานควบคุมอยู่ เขาได้กลายเป็นผู้อาวุโสรองแห่งตำหนักเป่ยหาน ตระกูลมู่เป็นสิ่งที่ข้าเชื่อใจที่สุด ข่าวนี้อย่าให้ใครรู้ได้เป็นอันขาด ห้ามแหวกหญ้าให้งูตื่น”
“ขอรับ!” มู่เอ้อร์ตอบรับเสียงขรึม
พวกเขาล้วนแต่ไปในสถานที่ที่อันตรายเช่นนั้นหมดแล้ว
เฟิงอวิ๋นซิว ท่านอารอง…
ตำหนักเป่ยหานได้พายอดฝีมือไปมากมายถึงเพียงนั้น คาดว่าเสี่ยวไป๋ก็คง…
จะไปหรือไม่ไป! อันที่จริงนางได้ตัดสินใจอยู่ในใจแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “สุ่ยจิงอิ๋ง หากข้าไม่ใช้กระบี่มังกรเพลิง โอกาสที่จะถูกจับได้มีมากน้อยแค่ไหน”