“เอากระบี่มังกรเพลิงปิดผนึกเอาไว้ในแหวนมังกรเทพวารี ตราบใดที่พลังของพิฆาตวิญญาณยังฟื้นคืนกลับมาได้ไม่ถึงครึ่ง ก็น่าจะรับรู้ไม่ได้”
มู่เฉียนซีกล่าวเสียงขรึมว่า “กองกำลังหลายกองกำลังต่างก็แข่งขันกัน เกรงว่าหอหมอปีศาจของข้าก็ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแล้ว”
นางไม่ได้ร้องขอจะเอามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์แต่อย่างใด เพียงแค่อยากให้สหายกับญาติของนางไม่เอาชีวิตไปทิ้งเพียงเพราะกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ก็เท่านั้น
“หอปี้ลั่วของพวกข้าก็ต้องเข้าร่วมด้วยแล้ว คนงาม เจ้าคงจะอนุญาตใช่หรือไม่?” น้ำเสียงอันมีเสน่ห์น่าหลงใหลเสียงหนึ่งดังขึ้น
ตูม! ร่างในชุดสีเขียวนั้นถูกกระแทกจนกระเด็นลอยไป และแสงสีทองอร่ามแสงหนึ่งก็ได้ปรากฏกายอยู่ตรงหน้ามู่เฉียนซี
“ซิงเฉินจะช่วยนายหญิงแย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาให้ได้”
แต่มู่เฉียนซีกลับกล่าวว่า “จิ่วเยี่ยคงจะไม่รู้ใช่หรือไม่!”
ซิงเฉินกล่าว “ฝ่าบาทกำลังเก็บตัวบำเพ็ญอยู่ขอรับ!”
ถึงแม้ว่าคำสาปที่กำเริบนั้นจะถูกมังกรวารีปิดผนึกเอาไว้แล้ว ตอนที่จิ่วเยี่ยมาหานางก็ปลอดภัยดี แต่สุขภาพของเขานั้นแย่มาก
สิ่งเหล่านี้เขาล้วนแต่ปกปิดได้ดีมาก ไม่อยากเผยมันออกมา แม้ว่ามู่เฉียนซีจะเป็นหมอปีศาจก็ยากที่จะจับได้
จื่อโยววิ่งกลับมาและกล่าวว่า “กองกำลังมดปลวกพวกเจ้า มีข้ากับซิงเฉินก็เพียงพอที่จะรับมือแล้วล่ะ ไม่จำเป็นต้องให้เยี่ยลงมือหรอก”
มู่เฉียนซีกล่าว “ตอนนี้สถานการณ์วุ่นวายมาก