วินโม่ซี อันที่จริงเจ้าก็มีพรสวรรค์ในการทำอาหารเหมือนกันนะ เจ้าพยายามต่อไปนะ ต่อไปจะได้ทำกินเองได้!”
ถึงฝีมือการทำอาหารของจวินโม่ซีจะแย่ไปสักหน่อย แต่ตั้งแต่นางได้พบกับฝีมือที่สิ้นหวังของสองคนนั้นแล้ว นางก็รู้สึกว่าจวินโม่ซีเป็นอัจฉริยะที่คาดหวังได้
ยากมากที่มู่เฉียนซีจะชื่นชมเขา สิ่งนี้ทำให้จวินโม่ซีไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
“จริงเหรอ?”
และในขณะที่พวกเขากำลังจะกินต่อก็มีคนคนหนึ่งเข้ามารายงานว่า “ท่านผู้นำตระกูลขอรับ นายน้อยอวิ๋นซิวมาขอพบขอรับ”
มู่เฉียนซีกล่าว “เชิญเขาเข้ามา!”
หากเขายังไม่ได้กินอะไรมาก็มากินพร้อมกันเสียเลย
มีคนมาแย่งกินอาหารเช่นนี้จวินโม่ซีก็รู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“เจ้าหมอนี่ก็มาได้ถูกเวลาเกินไปแล้วกระมัง นึกไม่ถึงเลยว่าอาหารเต็มโต๊ะนี้ของข้าจะต้องแบ่งให้กับเจ้านั่น!”
เฟิงอวิ๋นซิวเดินเข้ามา บัดนี้การระเบิดของภูเขาไฟได้ดึงดูดผู้แข็งแกร่งของกองกำลังต่าง ๆ มาไม่น้อย และต้นตอของการระเบิดนี้ก็มีโอกาสสูงว่าจะเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ แต่กองกำลังของเฉียนซีกลับยังเพลิดเพลินอยู่กับอาหารกลางวันอยู่ที่นี่ไม่เคลื่อนไหวใดใดเลย
มู่เฉียนซีกล่าว “อวิ๋นซิว กินอะไรมารึยังล่ะ! ถ้ายังก็มากินด้วยกันสิ”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เฉียนซี ข้าไม่มีเวลากินแล้ว! ข้ามาบอกลาเจ้า”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจสะดุ้งขึ้น “เจ้าตัดสินใจจะไปที่นั่นแล้วอย่างนั้นเหรอ”
“ที่นั่นมีโอกาสเป็นไปได้มากว่าจะเป็น