่นกันแน่ หากเป็นวิญญาณกระบี่ ก่อนที่จะมีพลังความสามารถมากเพียงพอ นางจะไม่เข้าไปร่วมสนุกนี้ด้วยอย่างแน่นอน
มิเช่นนั้นแล้วหากอาถิงตื่นขึ้นมาแล้วรู้ว่านางประมาทเข้าแล้ว คาดว่าคงจะระเบิดเป็นแน่
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “ไม่มีลักษณะอะไรพิเศษหรือ?”
“ไม่มี!”
“นายน้อยอวิ๋นซิว องค์หญิงทรงเชิญท่าน!” หลังจากที่เฟิงอวิ๋นซิวได้รู้ข่าวนี้ไม่นาน กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่น้อยครั้งนักจะปรากฏตัวที่ตำหนักตงจี๋ก็ได้พลันเข้ามาเชิญเขา
เฟิงอวิ๋นซิวตะลึงงัน “นางต้องการพบข้า”
“ใช่!”
ที่ใต้ดินของตำหนักตงจี๋ได้สร้างวังใต้ดินเอาไว้แห่งหนึ่ง
พระราชวังใต้ดินมีทะเลสาบคล้ายกระจก ระลอกน้ำนั้นกระเพื่อมไหว ดวงไฟดวงหนึ่งปรากฏขึ้นที่ทะเลสาบนั้นแล้วก็ได้ปรากฏสตรีนางหนึ่งที่ดูสูงส่งเหมือนดั่งหงส์เพลิงแห่งสวรรค์ชั้นเก้าปรากฏตัวขึ้น
เฟิงอวิ๋นซิวมองดูเงาร่างที่บนผิวน้ำนั้น หลายปีมาแล้วที่ไม่ได้พบนาง คิดถึงและหลงใหล แต่ทว่าความรู้สึกเหล่านี้ก็ได้พลันจางหายไป ในหัวของเขาได้พลันปรากฏเงาร่างสีม่วงแวบเข้ามา
“อวิ๋นซิว!” เสียงอันน่าซาบซึ้งได้ลอยมา มันเพียงพอที่จะทำให้คนหลงใหลเป็นเหมือนดั่งแมลงเม่าบินเข้ากองเพลิงและไปบุกน้ำลุยไฟให้แก่นาง
“เฟิงอวิ๋นซิวพร้อมรับบัญชา!” เฟิงอวิ๋นซิวกล่าวด้วยเสียงขรึม
“การเปลี่ยนแปลงในแดนตะวันออก จะต้องเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ปรากฏขึ้นมาแน่ ตำหนักตงจี๋จะฟังคำสั่งจากเจ้าโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าอย่างไรเจ้าจะต้องนำกร