เงินไปใช้จ่ายอะไรแล้วกระมัง!”
“คนเขาร่ำรวยมั่งคั่ง จะเอาเงินไปใช้อะไรมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพวกเราสักหน่อย!”
แม้แต่เซียวโม่เองในตอนนี้มุมปากก็กระตุกขึ้นอย่างบ้าคลั่งแล้วเช่นกัน “ของเหล่านี้…เหลือเอาไว้ให้ข้าบ้างสิ!”
คู่ต่อสู้ของมู่เฉียนซีถูกนางกดดันด้วยวัสดุระดับสูงเหล่านี้จนตอนนี้โกรธเกรี้ยวจนหน้าดำคล้ำเขียวไปหมดแล้ว
เขากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ต่อให้วัสดุดีแค่ไหน แต่หากคนหลอมไร้ฝีมือมันก็เท่ากับเสียของไปโดยเปล่าประโยชน์ก็เท่านั้น สิ้นเปลืองสิ้นดี”
มู่เฉียนซีกล่าว “จะสิ้นเปลืองหรือไม่นั้น เดี๋ยวเจ้าก็รู้”
พรึ่บ! เปลวไฟของเตาหลอมลุกโชกขึ้น และการประลองในครั้งนี้ก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว
และแล้วฝ่ายตรงข้ามก็สงบจิตสงบใจลงและเริ่มหลอมอาวุธแล้ว การประลองอาวุธในครั้งนี้เขาต้องเอาชนะให้ได้
ทว่า เมื่อเขาได้เห็นมู่เฉียนซีได้ใส่แร่และวัสดุหลอมด้วยความชำนาญเช่นนี้ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ…
“มู่เฉียนซี นี่เจ้าหลอมอาวุธเป็นจริง ๆ ด้วย!”
“ฝีมือนั่น ไม่ใช่การหลอมอาวุธครั้งแรกแน่นอน”
“เป็นนักปรุงยาไปด้วยและเป็นนักหลอมอาวุธไปด้วย มันช่างวิปริตเกินไปแล้ว”
ผู้อาวุโสจ้าวกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ต่อให้หลอมอาวุธเป็นแล้วยังไง ก็แค่เข้าใจเพียงแค่งู ๆ ปลา ๆ เท่านั้น ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญแต่อย่างใดเลย แค่เอาใจผู้คนก็เท่านั้น คิดว่าจะมีความสามารถในสองด้านได้เป็นอย่างดีอย่างนั้นเหรอ?”
เนื่องจากพลังจิตแข