พวกเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ ข้าก็เลยส่งพวกเขาไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว”
สีหน้าของเซียวโม่ซีดเผือดลง “แย่แล้ว!”
เซียวโม่ก็ร้อนอกร้อนใจดุจดั่งไฟสุมแล้ว แต่ตอนนี้ได้ตอบตกลงไปแล้ว และไม่สามารถกลับคำได้!
จากนั้น เขาก็มองไปที่มู่เฉียนซี
“เฉียนซี เกรงว่าต้องให้เจ้าลงมือแล้ว คนของตำหนักเซียวอวิ๋นของพวกข้าไม่อยู่ ชนะสองในสาม เกรงว่าจะมีเพียงแค่เราสองคนแล้วล่ะ ส่วนคนอื่นนั้นไม่ใช่ปัญหา”
มู่เฉียนซีกล่าว “เซียวโม่ ข้าเป็นนักปรุงยานะ!”
“แต่เจ้าก็เป็นนักหลอมอาวุธด้วยไม่ใช่เหรอ?”
“ฝีมือการหลอมอาวุธของข้าไม่ได้แข็งแกร่ง ไม่รู้ว่าจะเอาชนะได้หรือไม่”
“แต่ถึงกระนั้นเราก็ต้องสู้อย่างสุดชีวิตแล้ว คนที่เหลือเหล่านั้นเกรงว่าไม่มีผู้ใดสู้เจ้าได้”
มู่เฉียนซีกล่าว “เช่นนั้นก็คงต้องเอาตามนี้แล้วล่ะ”
นางได้เรียนรู้การหลอมอาวุธในตอนนั้นก็เพื่อกระบี่มังกรเพลิง ตลอดเวลาที่ผ่านมานางเอาแต่ใจจดใจจ่อกับการปรุงยามาโดยตลอด ไม่ได้หลอมอาวุธมานานมากแล้ว
จื่อโยวกล่าว “คนงาม เจ้าไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป หากแพ้แล้วพวกมันกล้าลงมือทำอะไรผลีผลาม ก็แค่ส่งพวกมันลงนรกก็เท่านั้น”
“อย่างไรเสีย หากพวกมันตายไปแล้ว ทำลายสัญญาก็ไม่เป็นไร!”
จู่ ๆ คนเหล่านั้นก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบขึ้นราวกับถูกงูพิษจ้องจะเขมือบก็มิปาน
นี่เป็นแผนการที่ชั่วร้ายที่สุด มู่เฉียนซีคิดว่าหากสามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีการง่าย ๆ ได้ก็จะแก้ด้วยวิธีการง่าย ๆ
ทางฝ่ายสำนักต