้าเหยี่ยนได้ส่งคนวัยหนุ่มที่มีบุคลิกองอาจห้าวหาญออกมาสามคน แต่ทางฝ่ายตำหนักเซียวอวิ๋นกลับค่อนข้างแปลกเล็กน้อย
“แม่นางมู่ ส่งแม่นางมู่ออกมาประลองหลอมอาวุธเนี่ยนะ เข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่! นางเป็นนักปรุงยาจะไปหมอลอาวุธได้อย่างไรกัน!”
ผู้อาวุโสจ้าวกล่าว “หัวหน้าตำหนักเซียว นี่เป็นการประลองหลอมอาวุธนะ ไม่ใช่ประลองปรุงยา!”
มู่เฉียนซีเป็นอัจฉริยะนักปรุงยาอันดับหนึ่งแห่งแดนตะวันออก เหล่าผู้อาวุโสที่อายุมากแล้วก็ไม่มีผู้ใดที่มีพรสวรรค์เทียบนางได้ พวกเขาไม่มีทางโง่เขลาเสนอประลองการปรุงยาออกมาแน่นอน
เซียวโม่กล่าว “ข้าไม่ได้หูหนวก! ข้าย่อมรู้แน่นอน”
“รู้ แต่เหตุใดยัง…” พวกเขามองไปที่มู่เฉียนซีด้วยความตกใจ
“หรือว่าแม่นางมู่ก็เป็นนักหลอมอาวุธด้วยอย่างนั้นเหรอ?”
“เป็นไปไม่ได้! นางฝึกฝนการปรุงยาจนถึงขั้นสูงเช่นนั้น ไม่มีทางมีเวลามาเรียนรู้การหลอมอาวุธแน่นอน!”
“ข้าดูท่าแล้วตำหนักเซียวอวิ๋นคงจะไม่มีคนมากกว่า ดังนั้นจึงส่งแม่นางมู่ออกมาเพื่อให้ครบคน!”
“อีกคนนึงดู ๆ แล้วก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรนัก นี่ก็คงจะส่งออกมาให้ครบคนเหมือนกันสินะ”
มีคนคนหนึ่งเดินมารายงานผู้อาวุโสจ้าวว่า “ท่านผู้อาวุโสจ้าวขอรับ อัจฉริยะของตำหนักเซียวอวิ๋นถูกส่งตัวไปแล้ว การประลองครั้งนี้พวกเราต้องชนะแน่นอนขอรับ!”
ผู้อาวุโสจ้าวยิ้มพลางกล่าว “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง! ดูท่าแล้วการประลองครั้งนี้ไม่มีข้อกังขาอะไรเลย เซียวโม่คนเดียวก็ไม่ได