ู้สึกมึนงง แต่ก็ไม่มีภัยคุกคามต่อนางที่พลังจิตเข้มแข็งพอ
ไป๋เหยียนเอ๋อร์ยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้าลืมไปว่า ซีเอ๋อร์เป็นนักปรุงยา แม้ว่าระดับจะไม่สูง แต่พลังจิตก็แข็งแกร่งมาก แต่ระฆังหมิงเทียนของข้าก็มีประโยชน์มากกว่านั้น”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์เริ่มโคจรพลังวิญญาณขึ้นมา จากนั้นนางก็ถูกห่อหุ้มด้วยหมอกสีดำในอากาศ
และแล้วพลังของนางก็ได้ระเบิดขึ้นมาทันทีทันใด
หมอกสีดำนั้นเยือกเย็นมากและมันดูไม่เหมือนพลังที่ดินแดนโลกสี่ทิศนี้ควรมี
ดวงตาของคนอื่น ๆ เบิกกว้างขึ้น “ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์สามารถฝึกบำเพ็ญพละกำลังที่น่าหวาดกลัวเช่นนี้ได้อย่างไร?”
ดวงตาของไป๋เหยียนเอ๋อร์มืดครื้มลง และตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาชนะมู่เฉียนซี ถ้านางกลายเป็นผู้ชนะก็จะไม่มีใครสนใจว่าพลังของนางคืออะไร?
แขนของไป๋เหยียนเอ๋อร์ขยับและผ้าแพรไหมสีขาวที่ห่อหุ้มด้วยหมอกสีดำนี้ก็พุ่งเข้าหามู่เฉียนซีด้วยความเร็วที่มิอาจวัดได้
มู่เฉียนซียิ้มอย่างสนุกสนาน และกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าหมิงจีคงทุ่มเทกำลังไปไม่น้อย เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของเจ้า!”
“ปัง ปัง ปัง!” เมื่อผ้าแพรไหมสีขาวพร้อมกับหมอกสีดำนั่นโจมตีไปที่มู่เฉียนซีราวกับปืนใหญ่ มู่เฉียนซีเองก็ไม่กล้าที่จะประมาทและหลบหลีกไปด้วยความเร็วที่เร็วที่สุด
ผ้าแพรไหมนั่นพุ่งออกไปและระเบิดพื้นดินออกจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่
หากสิ่งนี้ตกลงบนร่างกายคนละก็ จะต้องทรมานอย่างแน่นอน
ไป๋เหยียนเอ๋อร์ก้าวออกมาจา