หากไม่ใช่เพราะธิดาศักดิ์สิทธิ์เข้ามาสอดแทรก พวกเขาก็คงจะชนะไปแล้ว
ทว่า ตอนนี้ยังมีอีกสนามหนึ่ง จู่ ๆ พวกเขาก็รู้สึกว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้มายุ่งจนเสียการไปจริง ๆ!
และแน่นอนว่าไป๋เหยียนเอ๋อร์เห็นสายตาเหล่านั้นที่มองนางมา สีหน้าท่าทางการเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดีนั้นของนางก็เริ่มที่จะรักษาไว้ไม่อยู่แล้ว
เมื่อครู่เป็นใครกันที่ขอร้องให้นางช่วยเหลือ ตอนนี้กลับมากล่าวโทษนาง
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “ข้าธิดาศักดิ์สิทธิ์อายุยังไม่ถึงยี่สิบปี ตำหนักเซียวอวิ๋นก็ควรจะส่งผู้ประลองที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับข้าออกมาประลอง”
มู่เฉียนซีเอ่ยปากกล่าว “เรื่องนี้เจ้าวางใจเถอะ! ทางฝ่ายของพวกข้าส่งคนประลองที่อายุน้อยกว่าเจ้าแน่นอน”
“เพราะผู้ที่จะประลองกับเจ้า ก็คือข้า!”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยว่า “ซีเอ๋อร์ เจ้า…เจ้าแน่ใจหรือว่าจะประลองกับข้า พลังของเจ้าห่างชั้นกับข้ามากเชียวนะ เมื่อถึงตอนนั้นมีดดาบไม่มีตานะ หากทำให้เจ้าบาดเจ็บขึ้นมาจะทำเช่นไร?”
มู่เฉียนซีโบกมือพลางกล่าว “จะยังไงก็ช่างเถอะ!”
เมื่อเห็นท่าทางการเสแสร้งของไป่เหยียนเอ๋อร์เช่นนี้แล้ว มู่เฉียนซีก็คร้านที่จะเล่นตามการแสดงของนาง
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “ซีเอ๋อร์ช่างเป็นคนที่ตลกขบขันเสียจริง จะไม่ครุ่นคิดพิจารณาอีกสักหน่อยเหรอ อย่างเช่น ส่งนายน้อยแห่งตำหนักเซียวอวิ๋นออกมาแทน”
ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ของเซียวโม่จะเทียบกับเฟิงอวิ๋นซิวไม่ได้