แต่อย่างน้อยพลังของเขาก็อยู่ในขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูต ซึ่งเป็นพลังที่เหนือกว่ามู่เฉียนซีหลายระดับ
เจ้าตำหนักเซียวก็ไม่อยากจะให้มู่เฉียนซีเข้าไปเสี่ยงอันตราย เขาจึงกล่าวว่า “แม่นางมู่ ให้ลูกชายของข้าลงประลองเถอะ!”
เซียวโม่กรอกตามองบนก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “ท่านพ่อ ท่านอย่าได้เป็นห่วงผู้วิปริตผู้นี้ไปเลยนะ ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางหรอก นางนั่นแหละที่เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “ได้ยินหรือยัง ว่าข้าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว จะประลองก็เริ่มประลองเถอะ หากไม่ประลองเจ้าก็ยอมแพ้ไปซะ!”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “ในเมื่อซีเอ๋อร์ตัดสินใจเช่นนี้ เช่นนั้นข้าก็คงทำได้แค่ประลองกับเจ้าแล้วล่ะ”
ทันใดนั้นผ้าแพรไหมสีขาวผ่องก็ได้โบกสะบัดพลิ้วไหวดุจดั่งเทพเซียนกำลังร่ายรำก็มิปาน
แต่ในการร่ายรำของเทพเซียนนี้กลับเต็มไปด้วยจิตสังหาร
มู่เฉียนซีเอากระบี่มังกรเพลิงออกมาแล้วเช่นกัน และร่างของนางก็พุ่งออกไปต้อนรับขับสู้
ในตอนนี้จื่อโยวได้เตรียมป้องกันอย่างหวาดกลัว หญิงสาวผู้นี้ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัว ผู้ที่ควรหวาดกลัวนั้นก็คือหมิงจี
หากหมิงจีลงมือกับคนงามแล้วละก็ เขาจะต้องเข้าไปช่วยให้ทัน มิเช่นนั้นต่อให้คนงามโชคดีเพียงใดก็ต้องจบเห่แน่นอน
ตูม! ทั้งสองเริ่มต่อสู้ประมือกัน พลังความแข็งแกร่งนั้นห่างชั้นกันมาก
“อายุของนางกับนายน้อยอวิ๋นซิวนั้นไม่ได้ห่างกันมาก นึกไม่ถึงเลยว่านางจะมีพลังที่แข็งแกร่งถ