ึงเพียงนี้ ตำหนักตงจี๋ปรากฏอัจฉริยะอันน่าทึ่งสองคนขึ้นแล้ว”
“เกรงว่าท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์จะเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแดนตะวันออกแล้วกระมัง!”
ในทางตรงกันข้าม พลังความแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีนั้นกลับไม่ได้ทำให้ผู้คนทึ่งเท่ากับพลังของไป๋เหยียนเอ๋อร์
มู่เฉียนซีกล่าวเย้ยหยัน “บีบบังคับเพิ่มพลังวิญญาณ เจ้าไม่มีทางควบคุมมันได้แน่นอน! แต่เมื่อถึงตอนนั้นใครทำให้ใครบาดเจ็บกันแน่ ค่อยมาดูกัน”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าว “ซีเอ๋อร์ เจ้าพูดอะไรของเจ้า ข้าไม่เข้าใจ เจ้าหมายความว่าเช่นไร…”
ระหว่างที่กล่าวนี้ผ้าแพรไหมสีขาวนั้นก็ได้พุ่งเข้าหามู่เฉียนซีอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
ฉึก! เสียงตัดผ่านอากาศดังขึ้น กระบวนท่าอันคร่าชีวิตนี้นั้นไม่มีความปรานีเลยแม้แต่น้อย
เผชิญหน้ากับการยั่วยุและการเยาะเย้ยของมู่เฉียนซีเช่นนี้ ไป๋เหยียนเอ๋อร์ก็อดทนจนถึงที่สุดแล้วเช่นกัน
เมื่อพลังอันบ้าคลั่งใกล้เข้ามา มู่เฉียนซีก็ตะโกนขึ้นอย่างเย็นชาว่า “โล่วิญญาณน้ำแข็ง!”
ผ้าแพรไหมสีขาวที่ดูอ่อนโยนนั้นกลับแหลมคมเสียยิ่งกว่าคมศรเสียอีก มันพุ่งทะลุกำแพงน้ำแข็งของมู่เฉียนซีเข้ามา ขณะเดียวกันร่างของมู่เฉียนซีก็ไหลบหลีกไปอย่างรวดเร็ว
ผ้าแพรไหมสีขาวนั้นแฉลบผ่านข้างหูนาง ตัดเส้นผมของนางไปหลายเส้น
เฟิงอวิ๋นซิวกับเซียวโม่และพวกต่างก็ตกตะลึงขึ้นจนสีหน้าซีดเผือด เกือบไปแล้ว คออันเรียวยาวขาวเนียนนั้นของมู่เฉียนซีเกือบจะเกิดรอยเลือดแล้ว
เฟิงอวิ๋น