ปากของเฟิงอวิ๋นซิวยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
เฉียนซีเชื่อใจเขา เห็นเขาเป็นสหาย เขาก็ไม่ขออะไรมาก ได้รับความรู้สึกเช่นนี้เขาก็พอใจมากแล้ว
ครั้นแล้ว มู่เฉียนซีก็ร่วมทางไปกับเฟิงอวิ๋นซิวมุ่งหน้าไปยังตำหนักเซียวอวิ๋น
สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า เมื่อบินมาได้ครึ่งทาง จู่ ๆ สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาชนิดเดียวกันก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ฝ่ายตรงข้ามมาอย่างโหดร้ายมาก พวกนั้นได้ห้อมล้อมพวกเขาไว้กลางอากาศ
ผู้ที่เป็นหัวหน้าเป็นชายชราสวมชุดคลุมยาวสีเหลือง มีพลังความแข็งแกร่งขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเก้า พลังขั้นนี้นับว่าเป็นพลังขึ้นสูงสุดในกองกำลังระดับสองครึ่งแล้ว
เขายืนอยู่กลางอากาศมองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “สาวน้อย สำนักต้าเหยี่ยนของข้าไม่ต้องการตั้งตนเป็นศัตรูกับหอหมอปีศาจ สำนักต้าเหยี่ยนของพวกเรามีข้อถกเถียงที่ยืดเยื้อยาวนานกับตำหนักเซียวอวิ๋น ทางที่ดีเจ้าอย่าเข้ามาเกี่ยวข้องจะดีกว่า แล้วพวกข้าจะไม่ทำอะไรเจ้าเด็กนั่นที่เจ้าได้ช่วยเอาไว้”
“ส่วนนายน้อยอวิ๋นซิว เรื่องนี้เจ้าก็ไม่ควรที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าอยากจะเกี่ยวข้องด้วยแล้วจะทำไม วันนี้พวกข้าจะไปตำหนักเซียวอวิ๋น ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจขวางได้”
มู่เฉียนซีได้พาองครักษ์เงาของตระกูลมู่มาด้วย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีพลังขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหก แต่หุ่นเชิดที่พวกเขาควบคุมนั้นกลับไม่ได้อ่อนแอเลย