ซิว!”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “เฉียนซีจะไปส่งนายน้อยเซียวที่ตำหนักเซียวอวิ๋นเหรอ พอดีว่าข้าก็จะไปที่ตำหนักเซียวอวิ๋นเช่นกัน ดังนั้นพอจะร่วมทางไปด้วยกันได้หรือไม่?”
“เอ่อ…ข้าว่าอย่าเลย! ร่วมทางไปกับผู้แข็งแกร่งผู้ยิ่งใหญ่อย่างเจ้า ขะ ข้า…ข้ารู้สึกกดดันน่ะ”
ถึงแม้ว่าเซียวโม่จะเป็นคนที่ไม่สนใจใยดีต่อสิ่งใด แต่เขากลับไม่ได้โง่เขลา!
นายน้อยอวิ๋นซิว นายน้อยแห่งตำหนักตงจี๋ผู้สง่าผ่าเผย อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแดนตะวันออกไม่มีทางเดินทางไปตำหนักเซียวอวิ๋นโดยที่ไม่มีเรื่องสำคัญอันใดแน่นอน
สำนักต้าเหยี่ยนต้องการจับตัวเขาเพื่อเอาไปต่อรองยื่นข้อเสนอกับท่านพ่อ เกรงว่าจุดประสงค์ของนายน้อยอวิ๋นซิวก็คงจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
เฟิงอวิ๋นซิวกลับไม่ได้สนใจคำพูดของเซียวโม่เลย เขาเพียงแค่มองไปที่มู่เฉียนซีเท่านั้น
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “มีเจ้าร่วมทางไปด้วยก็รู้สึกปลอดภัยไม่น้อย เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถอะ!”
เมื่อมู่เฉียนซีตอบตกลงเช่นนี้เซียวโม่ก็ตกตะลึงขึ้น หรือว่าแม้แต่เฉียนซีก็ไม่อาจจะหนีเสน่ห์ของอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแดนตะวันออกผู้นี้ได้
เขากล่าวเสียงเบาว่า “เฉียนซี นายน้อยอวิ๋นซิวผู้นี้ไม่ธรรมดานะ!”
มู่เฉียนซีตอบ “เซียวโม่ อวิ๋นซิวเป็นสหายข้า!”
สหาย! คำสองคำนี้เพียงพอที่จะทำให้เซียวโม่หุบปากได้
คำสองคำนี้แสดงให้เห็นว่าเฉียนซีไว้ใจเขา ในเมื่อเฉียนซีไว้ใจ เขาก็ไว้ใจ
คำพูดของพวกเขาเฟิงอวิ๋นซิวก็ได้ยินแล้ว มุม