ป็นเจ้านายของมังกรวารี ทุกอย่างของข้า ทุกเรื่องที่ข้าทำ ล้วนแต่ต้องได้รับการอนุญาตจากนายท่านก่อน”
“มังกรวารี…”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “เอาล่ะ! ซีเอ๋อร์ เจ้าอย่าไปสนใจเขาเลย เขาก็เป็นคนนิสัยเช่นนี้นี่แหละ ต่อให้พูดมากไปก็ไม่มีประโยชน์ แข็งยิ่งกว่าหินเสียอีก”
มังกรวารีมาตรงหน้ามู่เฉียนซีและกล่าวกับมู่เฉียนซีว่า “นายท่าน ขึ้นมาบนหลังข้าเถอะ”
“แล้วจิ่วเยี่ยล่ะ!”
“ทิ้งเอาไว้ในมิติของข้าก็ได้ เขาที่ถูกปิดผนึกเอาไว้เช่นนี้ก็ไม่ได้นับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตแต่อย่างใด สามารถโยนเข้าไปเหมือนสิ่งของได้เลย”
อย่างไรเสียการแบกคนที่ถูกแช่แข็งเช่นนี้มันก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากจริง ๆ มู่เฉียนซีจึงโยนเขาเข้าไปในมิติ
ครั้นแล้ว องค์ชายจิ่วเยี่ยผู้สง่าผ่าเผยก็ถูกโยนเข้าไปในแหวนมิติราวกับสิ่งของก็มิปาน
สุ่ยจิงอิ๋งยิ้มอย่างอ่อนโยน อันที่จริงแล้วมังกรวารีที่ดูเหมือนอ่อนโยนก็เป็นคนที่ตระหนี่ถี่เหนียวมากเหมือนกัน
ใครผู้ใดที่กล้ารังแกนายท่านของเขา เขาก็จะคิดหาวิธีทำให้คนผู้นั้นทรมานได้ในที่สุด
จิ่วเยี่ยได้รังแกซีเอ๋อร์ถึงเพียงนี้ หากมังกรวารีไม่ทำอะไรสักอย่างก็แปลกแล้ว
สุ่ยจิงอิ๋งกลับเข้ามาในมิติพันธสัญญา มังกรวารีพามู่เฉียนซีทะยานขึ้นฟ้ามองดูสภาพแวดล้อมของแดนมังกร
สุสานมังกรได้อันตรธานหายไป และพวกเขาก็ออกจากที่นั่นอย่างปลอดภัย
และในตอนนี้ มังกรวารีก็ได้บินว่อนไปทั่วทั้งแดนมังกร พร้อมกับได้มอบสายฝนให้กับแดนมังกร
สายฟ้าอัน