ทันทีที่สิ้นคำพูดของคัมภีร์หมื่นคำสาป มู่เฉียนซีก็ได้ถูกพลังแขนอันแข็งแกร่งของจิ่วเยี่ยกอดรัดเอาไว้แน่น
กระดูกบนร่างกายนั้นราวกับว่าจะถูกเขาบีบเสียจนแหลกสลายไปก็มิปาน
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มนั้นแฝงไปด้วยความกระหายเลือดอย่างบ้าคลั่งราวกับว่าจะดึงเอาวิญญาณของนางออกมาบดขยี้ให้แหลกลาญ
“จิ่วเยี่ย!” เสียงของมู่เฉียนซีค่อนข้างสั่น
“ซีเอ๋อร์ ข้าจะส่งเจ้าจากไป!” สุ่ยจิงอิ๋งร้อนรนใจเข้าแล้ว
ตอนนี้นางทำได้แต่เพียงปกป้องซีเอ๋อร์เท่านั้นแล้ว
จิ่วเยี่ยก้มหน้าลงแล้วกัดไปที่คอของมู่เฉียนซี ในสายเลือดของนางนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรที่คุ้นเคย และมันทำให้เขาที่กำลังละโมบโลภมากอยู่นั้นเหมือนกับได้สติคืนมา
มู่เฉียนซีที่ถูกกัดเข้าไปอย่างแรงคราหนึ่งเช่นนี้ก็ได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากันเบา ๆ
“ท่านมู่!” สุ่ยอู๋ซินร้อนรนใจเช่นกัน
แต่คัมภีร์หมื่นคำสาปกลับยิ้มออกมา “ใช่! ใช่! เช่นนั้นแหละ ผู้หญิงที่เจ้าให้ความสำคัญมากที่สุด ค่อย ๆ กัด ค่อย ๆ กลืนนางเข้าไปทีละคำ ยึดครองตัวนาง จากนั้นก็ทำลายนางให้สิ้นซาก”
สิ่งที่ทำให้คัมภีร์หมื่นคำสาปนึกไม่ถึงก็คือ ทั้งหมดที่จิ่วเยี่ยทำลงไปนั้นกลับมิได้ทำไปตามบทบาทที่มันมอบให้
ถึงแม้ว่ามันจะทำให้จิ่วเยี่ยกลายเป็นผู้ที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าฆาตกรก็ตาม
กลีบดอกไม้สีฟ้าอ่อน ๆ ปรากฏขึ้นในมือของจิ่วเยี่ย จิ่วเยี่ยได้นำมันใส่ไว้ในมือของมู่เฉียนซี จากนั้นก็ผลักให้นางออกไปไกล ๆ
เขาเปิดปากเอ่ย