อนี่หลอกให้เจ้าลุ่มหลงถึงเพียงนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะยังมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยวและแน่วแน่ได้อยู่”
“เจ้าคงจะไม่คิดว่าข้าลุ่มหลงไปกับคำพูดของเจ้านี่แล้วกระมัง!”
“มันก็ไม่แน่หรอก ใครจะไปรู้ได้ล่ะว่าเจ้าจะสามารถทำเรื่องอะไรเพื่อจิ่วเยี่ยได้อีก”
“ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะไม่เชื่อใจข้าถึงเพียงนี้ เช่นนั้นข้าจะยอมทำตามคำพูดของมันเดี๋ยวนี้ซะเลย”
มู่เฉียนซีจะเดินไป แต่อาถิงรั้งเอาไว้ เขากล่าว “นี่ หญิงอัปลักษณ์ เจ้ากล้าเหรอ!”
ทั้งสองต่อปากต่อคำกันจนได้เพิกเฉยต่อคัมภีร์หมื่นคำสาปไปแล้ว
ความกดดันของคัมภีร์หมื่นคำสาปยิ่งต่ำลงเรื่อย ๆ ศาลานิรันดร์ในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะทำให้มันอิจฉาริษยามากขึ้นกว่าเดิม
มันอยากจะทำลายด้วยวิธีที่ป่าเถื่อนเสียจริง
และแน่นอนว่าอาถิงนั้นรู้ดีว่าเจ้าหมอนี่มีเจตนาร้ายแล้ว เขากล่าว “หญิงอัปลักษณ์ เจ้าออกไปก่อน ข้าจะจัดการกับเจ้านี่ มันกำลังเอาจิตสำนึกของมันออกไป อันตรายมาก ไม่แน่เจ้าหวงจิ่วเยี่ยนั่น…”
“เจ้าจะไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?” มู่เฉียนซีเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล
ถึงแม้ว่าคัมภีร์หมื่นคำสาปจะไม่สามารถเทียบมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ได้ แต่อย่างไรมันก็ดำรงอยู่มาอย่างยาวนานเหมือนกันกับอาถิง
อาถิงกล่าว “หญิงอัปลักษณ์ หากเจ้าอยู่เกะกะตรงนี้ มีหวังได้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแน่ แต่หากเจ้าออกไป ข้าก็สามารถจัดการกับมันได้”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “เจ้าระวังตัวด้วยล่ะ”
ครั้นแล้วมู่