เฉียนซีก็พุ่งไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว คัมภีร์หมื่นคำสาปตะโกนขึ้นว่า “สาวน้อย เจ้าจะไปไหนไม่ได้นะ!”
คัมภีร์หมื่นคำสาปไม่สามารถขวางมู่เฉียนซีที่อยู่ภายใต้การปกป้องของอาถิงได้ พลังของเขาครอบคลุมไปทั่วทั้งตำหนัก
อาถิงเหลือบมองคัมภีร์หมื่นคำสาป และกล่าวว่า “ข้าจะต้องทำลายจิตใต้สำนึกของเจ้าทิ้งซะ ข้าจะให้โอกาสเจ้าทำลายตัวเองอีกครั้ง แต่หากเจ้าไม่ทำแล้วละก็ เจ้าจะไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่”
“ศาลาเรือนรางเก้าชั้น ข้าไม่มีทางทำลายตัวเองเป็นอันขาด เจ้าล้มเลิกความคิดนี้ไปซะเถอะ!” คัมภีร์หมื่นคำสาปกล่าวอย่างดุดัน
“เช่นนั้นข้าก็จะไม่มัวเสียเวลาพูดไร้สาระกับเจ้าอีกต่อไปแล้ว” ในที่สุดอาถิงก็ตัดสินใจลงมือแล้ว
ตูม! คัมภีร์หมื่นคำสาปเพิ่งจะต่อสู้ประมือกับอาถิงก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติของอาถิงแล้ว
คัมภีร์หมื่นคำสาปจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “ที่แท้! ที่แท้พลังของเจ้าก็อ่อนแอถึงเพียงนี้นี่เอง ยังมีหน้ามาเกลี้ยกล่อมให้ข้าทำลายจิตใต้สำนึกของตัวเองอีก เจ้าฝันไปเถอะ!”
คัมภีร์หมื่นคำสาปลำพองใจเป็นอย่างยิ่ง การต่อสู้ในครั้งนี้ ผู้ใดจะเป็นฝ่ายแพ้ชนะก็ยังไม่อาจตัดสินได้!
อาถิงกล่าวเย้ยหยันว่า “ถึงแม้ว่าพลังของข้าจะมีเพียงแค่เล็ก ๆ แต่การที่ข้าจะกำจัดเจ้า แรงข้าก็ยังมีเหลือเฟือ”
ตูม! ลำแสงสีเขียวอ่อนกับลำแสงสีดำได้พัวพันกัน ทำให้เกิดการต่อสู้ที่ดุเดือดขึ้น
พวกเขาลงมือโจมตีกันอย่างไร้ซึ่งความปรานี ทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะกำจัด