กล้าลงมือแตะต้องแม่นางมู่แม้แต่ปลายเล็บ หัวหน้าเผ่าของข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าตายดีแน่!”
ครั้นแล้วพวกเขาก็ได้ล่าถอยไป และจิ่วเยี่ยเองก็ได้อันตรธานหายไปด้วย
มู่เฉียนซีรู้ดีว่าจิ่วเยี่ยไม่ได้จากไปจริง ๆ เขาเพียงแค่ร่วมการแสดงตามนางไปก็เท่านั้น
สีหน้าของมู่เฉียนซีเย็นยะเยือกขึ้น นางกล่าว “นึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าข้าจะมองคนผิดไป”
ท่านลุงเก๋อกล่าว “วางใจได้ ท่านลุงเก๋อไม่มีทางทำร้ายเจ้าหรอก เพียงแค่ป้องกันเอาไว้ไม่ให้เจ้าหนีไป ข้าต้องปิดกั้นพลังของเจ้าเอาไว้”
ทันทีที่ท่านลุงเก๋อโบกมือก็ได้ปิดกั้นพลังของนางเอาไว้
พวกเขาเดินทางกันต่อ มู่เฉียนซีที่ได้กลายเป็นนักโทษในตอนนี้กลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เดิมทีคิดว่าเมื่อถึงซากปรักหักพังของสุสานมังกรแล้วจะเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้น ในตอนนี้เกรงว่านางคนเดียวคงไม่สามารถจัดการได้แล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้จิ่วเยี่ยลงมือ
กลับนึกไม่ถึงว่าจะมีคนนำทางและมีคนเปิดทางเช่นนี้
ซากปรักหักพังของสุสานมังกรอันซับซ้อน แต่พวกเขากลับรู้ภูมิศาสตร์ในที่แห่งนี้ดี
เมื่อเดินทางออกมาจากป่าไม้เหล่านั้นได้แล้ว ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ได้เห็นกับสถานที่ที่ไม่ถูกห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้แล้ว
บริเวณโดยรอบมียอดเขาอยู่สองลูก ตรงกลางราวกับถูกมีดขนาดใหญ่ผ่าออกก็มิปาน และก่อตัวเป็นถนนก้อนกรวด
ท่านลุงเก๋อเปิดดูแผนที่ ก่อนจะกล่าวว่า “ใช่แล้ว ที่นี่คือหุบเขาทมิฬ เดินเข้าไปในหุบเขาทมิฬก็