ซากปรักหักพังของสุสานมังกรจะเปิดเสียอีก แต่พวกเขาสามารถเดินทางมาทันอย่างรวดเร็วเช่นนี้ได้ แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความสามารถ
ครั้นแล้วมู่เฉียนซีกับจิ่วเยี่ยก็เดินร่วมทางไปกับคนกลุ่มนี้
“พวกเจ้าจะเรียกข้าว่าลุงเก๋อก็ได้” ท่านลุงผู้ที่เป็นหัวหน้านั้นกล่าว
มู่เฉียนซีกล่าว “สวัสดีเจ้าค่ะท่านลุงเก๋อ”
มารยาทที่ควรมีมู่เฉียนซีก็ปฏิบัติ แต่ท่านลุงเก๋อกลับพบว่ามู่เฉียนซีนั้นเย็นชากับคนนอกเป็นพิเศษ ส่วนจิ่วเยี่ยนั้นไม่ได้สนใจผู้ใดเลย
แต่เขาก็พอเข้าใจ คนของห้าเผ่าล้วนแต่หยิ่งยโสกันทั้งสิ้น
“ไม่ทราบว่าที่พวกเจ้าเดินทางมาที่ซากปรักหักพังของสุสานมังกรในครั้งนี้พวกเจ้าต้องการสิ่งใดรึ?” ท่านลุงเก๋อกล่าวถาม
“ต้องการสิ่งใดนะเหรอ” มู่เฉียนซีดมองพวกเขาด้วยสีหน้าที่สับสน
ท่านลุงเก๋อกล่าว “ดูท่าพวกเจ้าทั้งสองช่างเป็นเด็กที่ผลีผลามเกินไปแล้ว ยังไม่ทันเข้าใจถึงสถานการณ์ของซากปรักหักพังสุสานมังกร และก็ไม่รู้ว่าที่แห่งนี้มีสิ่งใดพวกเจ้าก็พรวดพราดเข้ามาแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “เนื่องจากท่านหัวหน้าเผ่ากับเหล่าผู้อาวุโสได้ปรึกษากันว่าต้องเตรียมความพร้อมให้รอบคอบก่อนถึงจะเดินทางมา พลังของข้าทั้งสองคนก็ไม่ได้แข็งแกร่งนัก พวกเขาไม่มีทางยอมให้ข้าสองคนเข้ามาแน่นอน ดังนั้นพวกข้าจึงเดินทางมาที่นี่โดยที่ไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ของซากปรักหักพังของสุสานมังกรเลย รู้แค่ว่าที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของแดนมังกรแล้ว”
ท