ความสามารถ”
หัวหน้าเผ่ามังกรอัคคีกล่าว “มนุษย์อย่างพวกเจ้าเข้าไปในซากปรักหักพังของสุสานมังกรพวกเรามันจะยิ่งเป็นอันตราย พวกเจ้าแน่ใจแล้วเหรอว่าจะไปจริง ๆ ?”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ใช่ ต่อให้อันตรายมากเพียงใดก็ต้องลองดู”
จิ่วเยี่ยกับมู่เฉียนซีไม่ได้เสียเวลาพูดจาอยู่กับพวกเขานานนัก พวกนางใช้ความเร็วอย่างรวดเร็วที่สุดมุ่งหน้าไปที่ซากปรักหักพังของสุสานมังกรนั้น
ซากปรักหักพังของสุสานมังกรก็เป็นเกาะลอยฟ้าเกาะหนึ่ง
เพียงแต่ว่าเกาะแห่งนี้นำไปสู่มิติอีกมิติหนึ่ง
ตาข่ายสายฟ้าได้ปกคลุมโดยรอบบริเวณ ตอนนี้คิดจะเข้าไปมันไม่ใช่เรื่องง่าย
แววตาของจิ่วเยี่ยมืดสลัวลง
มู่เฉียนซีคว้าแขนของเขาเอาไว้ ก่อนจะกล่าวขึ้นว่า “จิ่วเยี่ย นับตั้งแต่ตอนนี้ไป เจ้าต้องฟังข้าทุกอย่าง หากข้าไม่ให้เจ้าลงมือ เจ้าก็สงบจิตสงบใจเอาไว้อย่าได้ใช้พลังให้สิ้นเปลืองเป็นอันขาด เอาพลังทั้งหมดของเจ้ายับยั้งคำสาปเอาไว้ เจ้าต้องยืนหยัดยับยั้งให้ได้!”
จิ่วเยี่ยตอบ “ตกลง ข้าจะเชื่อฟังซีทุกอย่าง”
เมื่อตาข่ายสายฟ้าได้กระจายหายไป บริเวณรอบเกาะซากปรักหักพังของสุสานมังกรกลับมีมิติพายุ
หากยิ่งช้ามันก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้น จะมัวรอช้าต่อไปไม่ได้แล้ว มู่เฉียนซีกล่าว “จิ่วเยี่ย เราไปกันเถอะ!”
จิ่วเยี่ยไม่ได้ลงมือ พลังของสุ่ยจิงอิ๋งทำให้พวกเขาทั้งสองไม่ถูกมิติพายุนั้นโจมตี
พวกเขาเข้าไปในเกาะซากปรักหักพังของสุสานมังกรได้อย่างราบรื่น
เมื่อ