วแก้วหัวแหวนของตนเอง เขาไม่อยากใช้ไม้แข็ง
มู่เฉียนซีแนบกายนอนหลับในอ้อมกอดอันคุ้นเคยนั้นแล้ว หลังจากที่นางหลับไป จิ่วเยี่ยก็กล่าวขึ้นเสียงเบาว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง!”
ทั่วทั้งห้องก็ปรากฏแสงสว่างขึ้นราวกับแขวนดวงไฟผลึกวารีสีฟ้าอ่อนเอาไว้ก็มิปาน
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “จิ่วเยี่ย ข้าเข้าใจ!”
“เพียงแค่เอากลีบดอกที่อยู่ในร่างของเจ้ากลีบนั้นกลับมาอยู่ในร่างของซีเอ๋อร์ ข้าก็สามารถพาซีเอ๋อร์จากไปได้ เพียงแต่ว่าต่อไปหลังจากนี้การที่เจ้าจะกลับไปอยู่ข้างกายซีเอ๋อร์ มันก็จะไม่ได้สะดวกเหมือนอย่างเคย”
ถึงแม้ว่าองค์ชายจิ่วเยี่ยจะสามารถข้ามทะลุมิติได้ แต่การที่เขาจะปรากฏตัวข้างกายมู่เฉียนซีได้อย่างแม่นยำเหมือนในทุก ๆ ครั้ง มันกลับไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปแล้ว
แต่หากมีการช่วยเหลือจากดอกบัวหงส์เก้ากลีบอย่างสุ่ยจิงอิ๋งแล้วนั้น มันไม่เหมือนกัน
จิ่วเยี่ยกล่าว “เช่นนั้นก็ดี!”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “จิ่วเยี่ย เจ้ายอมจำนนแล้ว”
“ก็มีเพียงแค่นางคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำข้ายอมจำนนได้” มุมปากของจิ่วเยี่ยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
“ซีเอ๋อร์ให้ความสำคัญกับเจ้ามากนะ” สุ่ยจิงอิ๋งกล่าวด้วยความอ่อนโยน
หลังจากที่นางได้กล่าวคำพูดนี้ออกมา นางก็นิ่งเงียบลงอีกครั้ง
และจิ่วเยี่ยก็กอดนางเอาไว้แน่น จากนั้นก็ผล็อยหลับไป
เช้าวันต่อมา ดูเหมือนว่าทั้งสองจะลืมตาขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนจะมองสบตากัน
จิ่วเยี่ยมองนางและเงียบไป ไม่ได้เปล่งเส