ียงกล่าวแต่อย่างใด
มู่เฉียนซีจึงทำได้เพียงแค่ปริปากกล่าวขึ้นก่อนว่า “อันที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเป็นครึ่งเดือนเช่นนั้นแล้ว หากว่าเจ้าไม่ต้องการให้ข้าเผชิญความยากลำบากไปด้วยกันกับเจ้าแล้วละก็ เจ้าก็ส่งข้ากลับดินแดนสี่ทิศไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยก็ได้”
“การจะตีหัวให้ข้าสลบไปนั้นมันก็ดูจะเจ็บไปสักหน่อย หรือว่าข้าจะใช้เข็มยาที่ไม่เจ็บให้เจ้าได้ลงมือ เจ้าว่าเป็นเช่นไร…”
ในที่สุดจิ่วเยี่ยก็เข้าใจแล้ว จากนั้นมู่เฉียนซีก็ถูกของหนักบางอย่างกดทับจนหายใจไม่สะดวก
“เจ้าบอกข้ามาดีกว่าว่าตกลงแล้วเจ้าจะทำเช่นไรกันแน่ ให้ข้าได้มีเวลาเตรียมใจสักหน่อย…อือ…”
สองมือของนางได้ถูกกดทับเอาไว้ และจูบอันบ้าคลั่งที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ก็กดทับลงมาที่ริมฝีปากของนาง
อุณหภูมิทั่วทั้งห้องก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง…
ยากมากกว่าที่จิ่วเยี่ยจะปล่อยมู่เฉียนซี แต่มู่เฉียนซีในตอนนี้ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะเปล่งเสียงพูดแล้ว
มู่เฉียนซีถลึงตาจ้องมองจิ่วเยี่ย ต้องการจะพูดกับเขา…มุมปากของจิ่วเยี่ยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ในเมื่อซีอาลัยอาวรณ์ข้ามากถึงเพียงนี้ ต่อไปข้าจะอยู่ชิดใกล้ซี หวังว่าซีจะมีความสุข!”
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีเข้าใจในความคิดของจิ่วเยี่ย เจ้าผู้ที่มีความคิดชั่วร้ายผู้นี้!
นางไม่อยากไป เขาก็จะตอบแทนนางเช่นนี้ มันช่างดียิ่งนัก!
“ข้า ข้าไม่…อือ…”
จิ่วเยี่ยจะยอมให้นางปฏิเสธอย่างนั้นเหรอ ไม่มีทาง!
ไม่นานนักริมฝีปากของนาง