ทองได้รวมตัวกันในร่างของเฮยเย้า และแสงนั้นก็เริ่มสลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากที่แสงสีทองนั้นได้สลายหายไป เฮยเย้าก็ได้หมดสติล้มลงไปในกองซากปรักหักพังนั้น
มู่เฉียนซีพบว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก อีกอย่างพลังก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย เขาเพียงแค่เหน็ดเหนื่อยและหลับใหลไปก็เท่านั้น
หัวหน้าเผ่ามังกรอัคคีกล่าวว่า “เด็กน้อยผู้นี้ทำได้ไม่เลวเลย!”
มู่เฉียนซีกล่าว “พาเขาไปพักก่อนเถอะ รอให้เฮยเย้าฟื้นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“อืม!”
ถึงแม้ว่าเกาะราชามังกรจะแห้งแล้ง แต่พวกเขาก็ได้จัดเตรียมที่พักเอาไว้
เฮยเย้าหลับใหลไปเป็นเวลาสามวันเต็ม เมื่อเขาฟื้นขึ้นมานั้น พลังอำนาขของผู้เป็นราชาในร่างของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นมาก
ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นราชาแห่งเผ่ามังกรไปแล้ว
ทันใดนั้น ท้องฟ้าก็พลันมืดครึ้มขึ้น เมฆดำได้ปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะราชามังกร
เหตุการณ์วิปริตเช่นนี้พวกเขาคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง
หัวหน้าเผ่ามังกรอัคคีอุทานขึ้นว่า “เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แสดงว่ามีมังกรเลื่อนขั้นเป็นสัตว์เทพแล้ว”
“อัสนีขั้นสัตว์เทพกำลังจะบังเกิดขึ้น”
หัวหน้าเผ่ามังกรดินกล่าวเชื่องช้าว่า “เด็กน้อยผู้นั้นเลื่อนขั้นแล้ว แดนมังกรของพวกเราไม่มีมังกรเลื่อนขั้นเป็นสัตว์เทพมานานมากแล้ว”
เฮยเย้าได้รับพลังของท่านปู่ตนเองมาในปริมาณมาก เขาใช้เวลาเพียงแค่สามวันพลังนั้นก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายของเขาได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงเลื่อนขั้นได้แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “