โฮ่ก โฮ่ก โฮ่ก! ออกมาด้วยความเกรี้ยวโกรธ
“ช่างน่าขำยิ่งนัก พวกเจ้าคิดว่าค่ายกลนี้มันจะขวางข้าได้อย่างนั้นเหรอ ในเมื่อพวกเจ้ากล้าเปิดผนึกเกาะราชามังกร เช่นนั้นพวกเจ้าก็เตรียมพร้อมรับมือกับข้าให้ได้ก็แล้วกัน” มันกล่าวด้วยความลำพองใจ
ปัง ปัง ปัง! เขาอันแหลมคมที่อยู่บนหัวของมันเริ่มกระแทกกับปราการค่ายกลอย่างบ้าคลั่ง
ปราการค่ายกลนั้นเริ่มปรากฏรอยแยกขึ้นแล้ว และมู่เฉียนซีก็เริ่มรับรู้ได้ถึงพลังความแข็งแกร่งของเจ้าหมอนี่แล้ว
นางจับมือจิ่วเยี่ยเอาไว้แน่น และกล่าวเสียงขรึมว่า “จิ่วเยี่ย หากว่า…”
“อือ!” ในช่วงที่สถานการณ์คับขันเช่นนี้ จิ่วเยี่ยกลับใช้ริมฝีปากของเขาจูบริมฝีปากของมู่เฉียนซี
ริมฝีปากของทั้งคู่ไม่ได้พัวพันกันนานนัก จิ่วเยี่ยก็กล่าวขึ้นว่า “ซีต้องเชื่อในบุรุษของตัวเองสิ คำพูดนี้ข้าไม่อยากจะพูดออกมาเป็นครั้งที่สาม มิเช่นนั้นข้าจะไม่สามารถอยู่ข้างกายเจ้าได้จนถึงตอนนี้”
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นลุกโชนแผดเผาออกมา
มู่เฉียนซีทำได้เพียงแค่เก็บคำพูดอันเป็นกังวลของตัวเองกลับคืนไป และในขณะที่เจ้าหมอนั่นกำลังจะพรวดออกมานั้น เงาร่างนับไม่ถ้วนก็ได้ปรากฏขึ้นในค่ายกลนั้น
พลังของพวกเขาแข็งแกร่งมาก บนร่างยังมีพลังแห่งธาตุอยู่ด้วย
สัตว์ประหลาดนั้นกล่าวอย่างเย็นชาว่า “พวกเศษสวะเผ่ามังกรวารี เผ่ามังกรอัคคี เผ่ามังกรไม้ และเผ่ามังกรดิน พวกเจ้าปรากฏตัวขึ้นจริง ๆ แล้ว ครั้งนี้พวกเจ้าอย่าคิดว่าจะป