เผชิญหน้ากับการบีบคั้นของหญิงสาวผู้นี้ หัวหน้าเผ่ามังกรอัคคีก็รู้สึกผิดเช่นกัน
“หากเป็นความผิดพลาดของพวกข้า ข้าไม่มีทางโยนความรับผิดชอบเป็นอันขาด”
หลังจากที่หัวหน้าเผ่ามังกรอัคคีและพวกได้จากไป มู่เฉียนซีก็อุ้มแมวน้อยขนปุยสีขาวราวหิมะตัวหนึ่งออกมา และกล่าวว่า “อู๋ตี้ คืนนี้เจ้าไปเฝ้าเฮยเย้าให้ดี หากเขามีอาการไม่สบายเจ้ารีบมาตามข้าทันที”
อู๋ตี้ส่ายหางขนปุยนั้นไปมาพลางกล่าว “นายท่าน ที่นี่ร้อนมาก! ให้เจ้าหมูขี้เกียจนั่นไปได้หรือไม่ เจ้าหมูขี้เกียจนั่นมีพลังธาตุอัคคี มันคงจะรับมือกับความร้อนนี้สบาย!”
“เจ้านี่นะ! เห็นข้าพักผ่อนสบาย ๆ หน่อยไม่ได้เลยหรือไง!”
“ชิ! หากเจ้ายังขี้เกียจอยู่ต่อไป แล้วคิดจะเลื่อนขั้นพลังก่อนข้าแล้วละก็ เจ้าฝันไปเถอะ!”
มู่เฉียนซีกล่าว “ก็ได้ เสี่ยวหง ไปเถอะ!”
ครั้นแล้วนางจึงโยนเสี่ยวหงออกมาจากมิติ
เสี่ยวหงจ้องเขม็งไปที่อู๋ตี้ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันไปยิ้มอย่างประจบประแจงมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “นายท่าน ให้พวกเราทั้งสองไปด้วยกันเถอะนะ! นายท่านวางใจได้ พวกเราจะเฝ้าเจ้าเด็กนั่นเป็นอย่างดี ไม่ให้เขาไม่สบายกลางดึกแน่นอน นายท่านกับท่านจิ่วเยี่ยทำธุระส่วนตัวเถอะนะขอรับ!”
ดึกดื่นเที่ยงคืนยังทำธุระส่วนตัวอันใดได้อีก มู่เฉียนซีอยากจะจับเจ้าหมูนี่มาเตะออกไปเป็นลูกบอลจริง ๆ
“เสี่ยวหง เจ้ารีบไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้!”
ภายใต้แววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารของมู่เฉียนซีนั้น เสี่ย