ักจะเอาศอกเกินไปแล้ว วันนี้ข้าจะต้องรู้กายแท้ของเจ้าให้ได้ว่าเจ้าเป็นมังกรเผ่าใดกันแน่!”
ภายใต้การโจมตีด้วยความโกรธของท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋นทำให้มู่เฉียนซีไม่อาจหลบหลีกได้แล้ว
“โล่วิญญาณน้ำแข็ง!”
แกร่ก! ฉ่า! กำแพงน้ำแข็งได้แตกสลายไปในชั่วพริบตาเดียวภายใต้การโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวของมังกรเหลืองตัวนี้
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง!
เผชิญกับการโจมตีนี้ของเขา มู่เฉียนซีหลบหลีกด้วยความยากลำบาก เหงื่อเย็นเริ่มผุดพรายขึ้นทั่วหน้าผากของนางแล้ว
เนื่องจากท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋นไม่ต้องการชีวิตของนาง นางจึงมีโอกาสได้หลบหลีก และมันยังไม่ถึงขีดจำกัดของนาง
ท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋นเองก็กลัดกลุ้มใจมาก ไล่ล่าสาวน้อยผู้นี้มานานถึงเพียงนี้แล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าจะทำให้นางเผยกายแท้ออกมาไม่ได้
“สาวน้อย ข้าไม่อยากจะเล่นกับเจ้าแล้ว อันที่จริงข้าโจมตีเจ้าให้บาดเจ็บสาหัสจนน่าสังเวชก็คงจะไม่เป็นอะไร เหลือลมหายใจไว้ให้เจ้าเพียงแค่ลมหายใจเดียวก็คงจะพอแล้ว ฉะนั้น…”
“ควรจะจบได้แล้ว!”
พลังอันแข็งแกร่งของมังกรได้กวาดไปทางมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าเมืองฝูอวิ๋น ข้าต่างหากที่ควรจะพูดคำนี้!”
“นี่เจ้า นี่เจ้าว่าอะไรนะ…” ท่านเจ้าเมืองฝูอวิ๋นตกใจกับคำพูดนี้ของนาง
เขาสังเกตไม่เห็นเลยว่าร่างในชุดดำร่างหนึ่งได้ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเขาแล้ว
มันเป็นพลังที่เย็นยะเยือกและแข็งแกร่งว่าพลังมังกรของเขามาก และมันได้ครอบคลุมร่างมังกรทั้งร