ผู้ที่เข้ามารายงานนี้ตื่นตระหนกมาก และเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วจริง ๆ
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “องค์ชายจิ่วเยี่ย มีเรื่องด่วน ไม่จำเป็นต้องให้เจ้าปรนนิบัติข้าแล้ว วันหลังค่อยว่ากัน”
มู่เฉียนซีผลักร่างที่อันตรายนั้นของหวงจิ่วเยี่ยออกอย่างรวดเร็ว เปิดประตูและเดินออกไปทันที
จิ่วเยี่ยมองตามแผ่นหลังของนาง ดวงตาคู่นั้นยิ่งลึกล้ำมากขึ้น “ปรนนิบัติข้าอย่างนั้นเหรอ!”
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนกล้ากล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้าเขา และคนผู้นั้นก็ยังเป็นสตรีของเขาอีกด้วย
ดวงตาของเขาอันตรายมาก “ซี เจ้าหนีไม่พ้นหรอก! คราวหน้าข้าจะปรนนิบัติเจ้าอย่างโหดเหี้ยมเลยคอยดู”
มู่เฉียนซีรู้สึกเย็นวาบขึ้นที่หลัง เพียงแต่ตอนนี้ไม่สามารถสนใจอันใดได้มากนักแล้ว นางมองสาวใช้ที่อยู่ตรงหน้าและกล่าวถามว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
สาวใช้นางนั้นกล่าวว่า “ท่านมังกรวารี ท่านเฮยเย้ากระอักเลือดจนเป็นลมหมดสติไปแล้วเจ้าค่ะ หมอยาของจวนท่านเจ้าเมืองก็ตรวจไม่รู้ถึงสาเหตุ จึงทำได้เพียงแค่เชิญท่านมังกรวารีไปดูอาการให้หน่อยเจ้าค่ะ”
หมอยาทำไม่ได้ ก็ทำได้แค่เชิญนักปรุงยาแล้ว
และคาดว่าทั่วทั้งเกาะลอยฟ้ามีเพียงแค่มู่เฉียนซีเท่านั้นที่เป็นนักปรุงยา
หากเป็นมังกรดำน้อยในเมื่อก่อนก็จะไม่มีผู้ใดสนใจเขาเลยแม้แต่น้อย และจะไม่มีผู้ใดเป็นกังวลว่าเขาจะป่วยเป็นอะไร
ทว่า ในตอนนี้ท่านมังกรวารีนั้นดีกับเจ้ามังกรดำน้อยนั่นเป็นพิเศษ และแน่นอนว่าพวกเขาต้องปฎิบัติ