่าจะไม่รู้”
“ร้อนจริง ๆ จะ เจ้า ปล่อยข้าหน่อยได้หรือไม่!”
มู่เฉียนซีรู้สึกราวกับว่าตนเองถูกเปลวไฟห้อมล้อมอยู่ก็มิปาน ร้อนราวกับกำลังถูกแผดเผา แม้แต่กระดูกก็ไม่มีเหลือ
จิ่วเยี่ยจะยอมปล่อยนางง่าย ๆ เช่นนั้นได้อย่างไรกันเล่า จากนั้นก็เป็นการประลองฝีมือกัน
ทุกครั้งที่มู่เฉียนซีจะฉวยโอกาสให้จิ่วเยี่ยกินยาหัวใจโพธิ์ก็จะถูกจิ่วเยี่ยมองออก ในที่สุดก็ไม่สำเร็จ
สุดท้ายมู่เฉียนซีก็หมดแรงและผล็อยหลับไป จิ่วเยี่ยจึงโอบกอดนางเอาไว้ในอ้อมแขน
ในตอนนี้มีเบาะแสของคัมภีร์หมื่นคำสาปแล้ว แต่เรื่องราวข้างหน้าต่อไปจากนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่สามารถควบคุมได้ เขาไม่มีทางให้ซีต้องตกอยู่ในอันตรายเด็ดขาด
เขาเอากลีบดอกบัวหงส์สีฟ้าอ่อนออกมากลีบหนึ่ง และกล่าวเสียงขรึมว่า “สุ่ยจิงอิ๋ง เรามาทำข้าตกลงกัน!”
“หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับข้า ต้องให้ซีกลับไปที่ดินแดนสี่ทิศ”
กลีบดอกกลีบนี้ของสุ่ยจิงอิ๋งได้เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนระยิบระยับขึ้น
“ทุกอย่างข้าฟังคำสั่งของซี เพราะซีเป็นเจ้านายของข้า”
สุ่ยจิงอิ๋งมีปณิธานที่แข็งแกร่งมาก ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถโน้มน้าวนางได้
“แต่ว่าซีเป็นเจ้านายของผู้พิทักษ์นิรันดร์ ไม่ควรให้ซีอยู่ห่างจากอันตรายหรอกเหรอ?”
“เมื่อถึงตอนนั้น ข้าจะตัดสินเองว่าจะทำให้ซีปลอดภัยและสบายใจเช่นไร ไม่จำเป็นต้องให้องค์ชายจิ่วเยี่ยมาทำข้อตกลงเช่นนี้ด้วย”
ในตอนนี้ สุ่ยจิงอิ๋งไม่ได้อ่อนโยนเหมือนที่พูดกับมู่เฉียนซีแล้ว น้ำเ