อกไปให้ไกลเขามากที่สุด
ทว่า มู่เฉียนซีกลับกอดแขนเขาไว้ไม่ยอมปล่อย มู่เฉียนซีกล่าวเสียงต่ำว่า “จิ่วเยี่ย อย่าผลักข้าออกไป”
“เราอยู่ในอาณาเขตของคนอื่น คำสาปเจ้ากำเริบแล้วเจ้ายังจะผลักข้าออกไปเช่นนี้อีก เจ้าคิดว่าข้าจะวางใจอย่างนั้นเหรอ?”
ดูเหมือนว่าครั้งนี้คำสาปจะกำเริบออกมาโดยไม่มีสิ่งใดล่อลวง ระดับในการกำเริบนั้นยังคงอยู่ในขั้นที่จิ่วเยี่ยสามารถควบคุมได้
หลังจากที่คำสาปอันน่ากลัวนี้กำเริบออกมา แดนมังกรที่เดิมทีท้องฟ้าแจ่มใสปลอดโปร่ง ในตอนนี้ได้ถูกเมฆครึ้มอันหนาทึบมาปกคลุมแทนที่ราวกับว่าแดนมังกรของพวกเขากำลังจะพังทลายลงก็มิปาน
เหล่าบรรดายอดฝีมือแห่งแดนมังกรสีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที “นี่มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่?”
“หรือว่าจุดจบของแดนมังกรของพวกเรามันจะมาถึงแล้ว?”
“……”
เมฆาเปรียบดั่งเตียง นภาเปรียบดั่งผ้าห่ม
ฉึก!
สัตว์ร้ายพุ่งออกมาจากร่างของจิ่วเยี่ย สีหน้าของมู่เฉียนซีเคร่งเครียดขึ้น
ดวงตาอันลึกล้ำดุจดั่งมหาสมุทรลึกคู่นั้นดูเหมือนจะสามารถท่วมผู้คนได้ก็มิปาน
การเข้ามาในเผ่ามังกร ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น กลับคิดไม่ถึงว่าคำสาปจะมากำเริบเช่นนี้
ร่องรอยบนร่างกายถูกผนึกอย่างไร้ความปรานี มู่เฉียนซีกล่าว “หวงจิ่วเยี่ย กินยาเข้าไปเยอะ ๆ เลย นี่ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาเล่นตลกนะ”
ริมฝีปากของจิ่วเยี่ยสัมผัสลงบนแก้มของมู่เฉียนซี ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งว่า “ข้ารู้ตัวเอง เพียงครู่เดียวเท่านั้น