ั้นอยู่ใกล้ใบหน้านางมาก นางตะโกนขึ้นว่า “หวง…”
อือ!
ยังไม่ทันเรียกชื่อเต็มหวงจิ่วเยี่ยสามคำออกมา ริมฝีปากของนางก็ถูกริมฝีปากของหวงจิ่วเยี่ยประกบจูบลงมาแล้ว
การปล้นชิงอย่างอันธพาลเช่นนี้ มู่เฉียนซีรู้สึกว่าทั่วทั้งร่างไร้เรี่ยวแรงลงฉับพลัน
กว่าเขาจะปล่อยให้นางเป็นอิสระมันไม่ง่ายเลย น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“ข้าไม่ชอบให้ซีเรียกชื่อแซ่เต็มข้า”
ก็ได้! ไม่เรียกชื่อแซ่เต็มก็ได้!
“จิ่ว…”
อือ!
ทว่า กำลังจะเรียกว่าจิ่วเยี่ย นางก็ถูกเขาปิดปากด้วยปากอีกครั้ง
ดวงตาของมู่เฉียนซีกลมโตขึ้นพลางผลักจิ่วเยี่ยออก
“เจ้า นี่เจ้าจะเอายังไงกันแน่?”
จิ่วเยี่ยขยับเข้าใกล้หูมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “ข้าอยากให้เจ้าเรียกข้าว่า สามี!”
“สามี! องค์ชายจิ่วเยี่ย นี่เจ้าคงยังไม่ตื่นกระมัง!”
“ยังมีแรงโกรธ เช่นนั้นซีก็น่าจะมีแรงรักษาอาการให้ข้าแล้วน่ะสิ”
กล่าวจบ เสื้อผ้าอาภรณ์ของมู่เฉียนซีก็ถูกถอดออกภายในชั่วพริบตา
มู่เฉียนซีตะโกนเสียงดังว่า “เจ้าไม่สบายเหรอ ข้าก็เห็นว่าเจ้าสบายดีนี่ เจ้าเจ็บป่วยตรงไหนไม่ทราบ?”
“ข้าไม่สบายจริง ๆ!”
“อือ…”
ดวงตาของมู่เฉียนซีดูเหมือนจะถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอก ทั่วทั้งร่างดูเหมือนว่าเหยียบอยู่บนเมฆาก็มิปาน
ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดเจ้าหมอนี่ถึงให้นางพักผ่อนอย่างไม่ลังเลเช่นนั้น
ที่แท้ก็รอให้นางพักผ่อนให้เพียงพอก่อน แล้วค่อย…
จื่อโยวกล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยากว่า “เยี่ยค