งจะไม่คิดจะให้คนงามถึงกับลงจากเตียงไม่ไหว แล้วค่อยแอบเอากุญแจเทพมังกรมาจากนางแล้วไปเอาคัมภีร์หมื่นคำสาปที่เผ่ามังกรด้วยตนเองหรอกกระมัง!”
“เยี่ยผู้นี้ใจดำยิ่งกว่าพลังอันมืดมิดนั่นของเขาเสียอีก เฮ้อ! คนงามช่างน่าสงสารเสียจริง”
ตูม! แสงสีทองแสงหนึ่งได้ส่องสว่างวาบขึ้น และค้อนใหญ่ก็ตกลงมา
จื่อโยวกล่าวบ่นว่า “ซิงเฉิน นี่เจ้าเป็นอะไรไปอีกล่ะ ข้าไปล่วงเกินเจ้าตรงไหนอีกห๊ะ?”
“ก็เจ้ากล้าดีพูดจาไม่ดีต่อฝ่าบาทน่ะสิ!” ซิงเฉินกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ก็ข้าพูดความจริงไม่ใช่เหรอห๊ะ? ข้าพูดความจริง!”
“ไม่ใช่สักหน่อย! อย่างฝ่าบาทเขาเรียกว่าฉลาดปราดเปรื่องต่างหาก!”
จื่อโยวต้องยอมจำนนซิงเฉินแล้ว เจ้าหมอนี่ไร้ทางเยียวยาแล้วจริง ๆ
หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน ความคะนึงถึงของจิ่วเยี่ยก็พลุ่งพล่านดุจดั่งคลื่นในมหาสมุทรอย่างไรอย่างนั้น
มู่เฉียนซีกำหมัดแน่น เสือที่ไม่แสดงอำนาจ มันก็ไม่ต่างอะไรไปจากแมว!
ถึงแม้ว่าร่างกายจะเหลือเรี่ยวแรงอยู่น้อยนิด แต่มู่เฉียนซีก็ยังจะพลิกสถานการณ์มาเป็นคนคุมเกมให้ได้
ชั่วครู่หนึ่ง นางก็พลิกตัวขึ้นคร่อมจิ่วเยี่ยได้
จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ยอมปล่อยให้นางทำจนสำเร็จ
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อย ๆ เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “ดูท่าซียังไม่เหนื่อยนะ!”
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้น “ข้าเป็นหมอ ยังรักษาอาการคนป่วยไม่หาย ข้าก็ต้องรักษาต่อสิ!”
ยาล