ฝ่าบาทจะมาเจอกับนายหญิงได้มันไม่ง่ายเลยนะ เจ้าทำตัวให้มันสงบ ๆ สักหน่อยเถอะ”
จวินโม่ซีก็ได้สติคืนมาแล้ว เขาตะโกนขึ้นว่า “สาวน้อย ข้าเดินทางมาเทือกเขาเมฆามืดกับเจ้าอย่างยากลำบาก นี่เจ้าจะใจดำทิ้งข้าไปเช่นนี้นะเหรอ”
เฟิงอวิ๋นซิวนึกถึงภาพที่ทั้งสองสนิทแนบชิดกันเช่นนั้นแล้ว ในใจของเขาก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก
เขากล่าวเสียงขรึมว่า “ข้าก็ควรจะกลับตำหนักตงจี๋แล้ว จะไปคุยกับหัวหน้าตำหนักให้รู้เรื่อง”
ไป๋อู๋ห่ายที่กลับมาถึงตำหนักตงจี๋แล้ว ในตอนนี้ได้เพิ่มระดับการป้องกันของตำหนักตงจี๋มากขึ้นไปอีก แม้กระทั้งค่ายกลป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดได้เปิดใช้แล้วในตอนนี้
ความแข็งแกร่งของหวงจิ่วเยี่ยนั้นเกือบจะทำให้ทำตกใจจนดวงจิตแทบดับสูญ
“ท่านหมิงจี ท่านหมิงจี!” เขามองไปที่ร่างที่ครึ่งหนึ่งได้กลายเป็นโครงกระดูกของหมิงจีที่ถูกวางลงบนเตียงพลางเรียกนางด้วยความตื่นตระหนก
คนที่นอนอยู่บนเตียงได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว นางฟื้นขึ้นมาและเมื่อยกมือขึ้นดูก็ได้เห็นกับมือที่ไร้ซึ่งเลือดเนื้อแล้ว มือของนางในตอนนี้หลงเหลือเพียงแค่โครงกระดูกขาวเท่านั้น
ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องก็ดังลั่นออกมา
อ๊าา!
“มือข้า เกิดอันใดขึ้นกับมือของข้า?”
สตรีที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ยั้งสติเอาไว้ไม่อยู่แล้ว ไป๋อู๋ห่ายรู้ดีว่าผู้ที่ฟื้นขึ้นมานี้ไม่ใช่หมิงจี แต่เป็นบุตรสาวของเขา
“เหยียนเอ๋อร์!”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์มองไป๋อู๋ห่ายด้วยน้ำตาคลอเบ้า “ท่านพ่อ ขะ ข้าเป็น