ผู้ที่กระโจนลงมานี้เป็นหญิงสาวที่มีกลิ่นอายชั่วร้าย คนผู้นี้ก็คือไป๋เหยียนเอ๋อร์
หรือจะบอกว่าเป็นหมิงจีก็ได้!
จื่อโยวกล่าว “หมิงจี นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าปรากฏกายต่อหน้าข้า”
หมิงจียกยิ้มขึ้น “จื่อโยว เหตุใดข้าถึงจะไม่กล้าปรากฏกายต่อหน้าเจ้าล่ะ! ต่อให้จิ่วเยี่ยอยู่ ข้าก็จะมา”
ภายในเสี้ยววินาทีนั้นเอง น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกเข้ากระดูกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“เจ้าแน่ใจเหรอ!”
ลำแสงสีฟ้าอ่อนแสงหนึ่งสว่างวาบขึ้น และร่างในชุดคลุมยาวสีดำขลับร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
เขาเปรียบดั่งเทพมารในยามรัตติกาล ทันทีที่ปรากฏตัวขึ้นก็สามารถทำให้คนในใต้หล้าตกใจหวาดกลัวจนตัวสั่นได้
คนของตำหนักตงจี๋ รวมทั้งไป๋อู๋ห่ายก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวนั้น พวกเขาต่างร่นตัวถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัว
รูม่านตาของหมิงจีหดลงทันใด “หวงจิ่วเยี่ย เจ้าออกมาแล้วจริง ๆ ด้วย”
ดวงตาของนางจ้องเขม็งไปที่หน้ากากสีดำนั้น
นางรู้ดีว่าใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนั้นมันน่าทึ่งเพียงใด
หน้าตาของหวงจิ่วเยี่ยสามารถทำให้คนทั้งใต้หล้าหลงใหลได้ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ใช่คนที่คนทั้งใต้หล้าจะสามารถรักได้
รักไม่ได้ ทำได้แค่ทำลายเท่านั้น!
“ไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ เรื่องในวันนี้ เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ!”
ดวงตาของนางจับจ้องไปที่มู่เฉียนซี เรื่องในวันนี้ก็เพื่อที่จะทดสอบเท่านั้น
นึกไม่ถึงเลยว่าหวงจิ่วเยี่ยจะปกป้องสาวน้อยผู้นี้ได้อย่างใกล้ชิดถึงเ