ินโม่ซีมองมู่เฉียนซี จากนั้นก็มองไปที่เฟิงอวิ๋นซิว
“คงจะไม่เป็นอะไรกระมัง?”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ตอนนี้กลิ่นอายของเฉียนซียังคงที่และปกติอยู่!”
มู่เฉียนซีก็ไม่รู้ว่าตนเองได้ใช้พลังจิตต่อสู้กันแผ่นหนังแกะแผ่นนี้ไปเท่าใดแล้ว ทันใดนั้นเอง เสียงเสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในหัวของนาง
“ข้ารอตั้งนาน เจ้าเป็นคนที่ทดสอบผ่านด่านได้ เมื่อก่อน ต่อให้มีคนผ่านด่านการทดสอบของสัตว์หุ่นเชิดศิลาโลหิตได้ แต่ก็ไม่เคยมีผู้ใดผ่านด่านนี้ได้เลย”
“แน่นอน ว่าเมื่อไม่ผ่านด่านสุดท้ายนี้ แต่เขาก็สามารถเรียนรู้ไปได้ไม่น้อยเลย และนึกไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเดินทางผิด ทำให้ตัวเองได้กลายเป็นหุ่นเชิดตัวหนึ่งไปเสียได้”
มู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง คนผู้นั้นคงจะไม่ใช่ราชาหุ่นหรอกกระมัง!
ห้องลับห้องนี้ไม่ใช่คลังที่เก็บของล้ำค่าของสำนักหุ่นปีศาจแต่อย่างใด
แต่เป็นบรรพบุรุษของสำนักหุ่นปีศาจ ราชาหุ่นได้ค้นพบห้องเก็บของล้ำค่านี้และเข้ามา หลังจากนั้นก็เรียนรู้วิชาหุ่นเชิด และก่อตั้งสำนักหุ่นปีศาจขึ้น
“สาวน้อย เจ้าอยากเรียนรู้วิชาหุ่นเชิดหรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าอยากเรียนแน่นอน หากไม่อยาก ข้าก็คงไม่เสี่ยงชีวิตเข้ามาในนี้หรอก”
“แล้วเหตุใดเจ้าถึงอยากเรียนวิชาหุ่นเชิดล่ะ?”
“เพราะข้าอยากเข้าใจหุ่นเชิด”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” จู่ ๆ เขาก็หัวเราะขึ้นมา
“บางคนต้องการเรียนวิชาหุ่นเชิดเพื่อที่จะมีพลังความแข็งแกร่งเหนือกว่ามนุษย์