ว่าพลังของเฟิงอวิ๋นซิวในตอนนี้เลย ขวางเอาไว้ตัวเดียวอาจจะได้ แต่หากสี่ตัว…
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เฟิงอวิ๋นซิว เจ้าอยากจะเสี่ยงชีวิตเพื่อคนอื่นก็ช่วยเบิกตาดูด้วยว่าข้าเป็นใคร ชีวิตของเจ้าเก็บเอาไว้ให้คนในใจเจ้าเถอะ!”
มู่เฉียนซีตัดสินใจจะต่อสู้อย่างสุดชีวิต ส่วนมู่อี ไม่ว่าเมื่อใดเขาก็พร้อมที่จะฟังคำสั่งของเจ้านายตัวเองอยู่แล้ว
จวินโม่ซียิ้มพลางกล่าว “สาวน้อย เจ้าทุ่มลงไปมากเพื่อรวบรวมคนมากมายเช่นนั้นมาได้ ตอนที่จัดการกับสำนักหุ่นปีศาจเมื่อครู่มันไม่มีที่ให้ข้าได้แสดงฝีมือเลย ตอนนี้นับว่าข้าได้ออกกำลังแล้วสิ”
“ชีชิง ออกมา!”
ชีชิงกล่าว “ข้าเป็นบุรุษที่อ่อนโยนถึงเพียงนี้ ไม่ชอบความรุนแรงเลยสักนิด เจ้าจะให้ข้าใช้ความรุนแรง เจ้าช่างเลวเกินไปแล้ว”
จวินโม่ซีกล่าว “เจ้าไม่อยากช่วยข้าจัดการกับสัตว์พวกนี้ แสดงว่าเจ้าต้องการตายไปพร้อมข้าใช่หรือไม่?”
มู่เฉียนซีเอากระบี่มังกรเพลิงออกมาแล้ว และบัวอัคคีสีแดงฉานก็พุ่งออกไปทันที
สัตว์หุ่นเชิดศิลาโลหิตนั้นก็เป็นสีแดง และแสงสีแดงฉานของบัวอัคคีก็ระเบิดออกมา
เปลวไฟสีแดงทั้งสองได้ปะทะกัน และระเบิดพลังขึ้นดังสนั่น!
ตูม!
พวกเขาได้ต่อสู้ปะทะกันกับสัตว์หุ่นเชิดศิลาโลหิตเหล่านั้น แต่สถานการณ์กลับไม่ดีเลย
พลังของเฟิงอวิ๋นซิวแข็งแกร่งพอ ยังรับมือได้!
ทว่า คนอื่น ๆ พลังวิญญาณสูงที่สุดก็แค่ขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับเจ็ดเท่านั้น ไม่มีพลังขั้นสูงสุดไม่สา