ว
อาถิงกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “นี่เจ้า…เจ้าเบี่ยงเบนความสนใจของข้า แล้วเจ้าก็…”
นิรันดร์ยิ้มพลางกล่าว “ในยามศึก ต้องใช้แผนหลอกตบตาศัตรูอยู่เสมอ ศาลาน้อย เจ้านี่ช่างน่ารักน่าชังเสียจริงเลย!”
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
“ชู่ว! อย่าเสียงดังรบกวนการพักผ่อนยอดดวงใจของข้าสิ”
มู่เฉียนซีที่นอนหลับอยู่ในตอนนี้ไม่รู้เลยว่าผู้เป็นพันสัญญาทั้งสองของนางคุยสิ่งใดกัน
วันต่อมา มู่เฉียนซีตื่นขึ้นมาและรู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก หลังจากที่สูญเสียพลังวิญญาณไปจนกระทั่งตอนนี้ก็รู้สึกว่าพลังวิญญาณได้ฟื้นฟูกลับมาไม่น้อย
มู่เฉียนซีกล่าว “อาถิง ไปเถอะ! พวกเราไปสนามประลองกัน”
อาถิงกล่าว “หญิงอัปลักษณ์ ตอนนี้ข้าไม่อยากจะพูดกับเจ้า”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “นี่เจ้าเป็นอะไรไป หรือว่าถูกใครรังแกมา?”
“ข้าเนี่ยนะจะถูกคนรังแก เจ้าอย่ามาพูดให้ตลกขบขันไปหน่อยเลย!”
อาถิงพรวดออกมาจากมิติพันธสัญญาด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีเขียวอ่อนอันสดใสคู่นั้นจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี
“ศาลาเรือนรางเก้าชั้นอย่างศาลานิรันดร์ไม่มีทางถูกผู้ใดรังแกได้ เมื่อครู่ข้าก็แค่พูดไป ไม่ได้คิดอันใดทั้งสิ้น”
“ต่อไปหากเจ้าจะพูดเช่นนี้อีก ทางที่ดีเจ้าก็ไม่ต้องพูดออกมาซะดีกว่า เพราะมิเช่นนั้น ข้าจะโกรธเจ้าเอาได้”
“ข้าเข้าใจแล้ว!”
มู่เฉียนซีกลับมาที่สนามประลองอีกครั้ง และยิ่งดึงดูดสายตาผู้คนมากขึ้น
ทุกคนต่างก็มั่นใจว่ามู่เฉียนซีสามารถเข้ารอบสิบคนแรกของการประลองในครั้ง