งไม่ทันได้กล่าวจบก็ถูกหัวหน้าตำหนักห้ามไว้ด้วยเสียงขรึมเสียก่อน
“ท่านพ่อ แต่นางคือมู่เฉียนซีนะเจ้าคะ! นี่ท่านพ่อ ท่านพ่อจะไม่ช่วยลูกแก้แค้นหรือเจ้าคะ?” ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวด้วยความกล้ำกลืน
ไป๋อู๋ห่ายรู้ดีอยู่แก่ใจว่าบุตรสาวของตนเองโกรธแค้นสาวน้อยที่ชื่อมู่เฉียนซีผู้นี้มากมายเพียงใด ทว่า ที่นี่เป็นสนามประลองการปรุงยา ไม่สามารถลงมือกับผู้เข้าร่วมประลองอย่างตามใจได้
นี่ยังไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือหมอปีศาจผู้นั้นต่างหาก!
ไป๋อู๋ห่ายมองไปที่ชายหนุ่มชุดสีเขียวอ่อนที่นั่งอย่างเกียจคร้านอยู่ข้างเฟิงอวิ๋นซิวผู้นั้น ไป๋เหยียนเอ๋อร์ตกใจผงะไปครู่หนึ่ง “เป็นเขา นึกไม่ถึงว่าเขาจะอยู่ที่นี่ด้วย”
ไป๋อู๋ห่ายกล่าว “อย่าได้ใจร้อน!”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์รู้ดีว่าตอนนี้ไม่เหมาะที่จะลงมือ แต่เมื่อเห็นหน้ามู่เฉียนซี ไฟแค้นที่อยู่ในใจนางก็แผดเผาจนจะกลายเป็นเถ้าถ่านแล้ว
น้ำเสียงอันเย็นยะเยือกเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ “เจ้าโง่ หากเจ้ากล้าผลีผลามแล้วละก็ ข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปเป็นอันขาด”
หวงจิ่วเยี่ยรู้ดีอยู่แล้วว่านางอยู่ตำหนักตงจี๋ อยู่ในร่างของไป๋เหยียนเอ๋อร์ แต่เหตุใดถึงยอมปล่อยให้หญิงสาวที่ตนเองใส่ใจมาที่นี่เช่นนี้ได้
ในร่างของหญิงสาวผู้นี้ เกรงว่าจะมีของที่ปกป้องตัวอยู่ไม่น้อย แต่สถานการณ์ของนางในตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะเผชิญหน้าต่อสู้!
รอโอกาสเหมาะสมกว่านี้ นางจะคิดหาวิธีใช้ประโยชน์