้นแล้ว หมอปีศาจนั่งลงเสียก่อนดีหรือไม่ จะได้ดูมู่เฉียนซีทำการประลอง”
ที่ด้านข้างเฟิงอวิ๋นซิว ได้เกิดที่นั่งว่างขึ้นที่หนึ่ง
ร่างกายของอาถิงเคลื่อนไหวไปในทันทีแล้วนั่งลงบนที่ว่างนั้น
รวดเร็วยิ่งนัก ไป๋อู๋ห่ายและเฟิงอวิ๋นซิวล้วนแต่มองได้อย่างไม่ชัดเจนว่าเขาไปตรงนั้นได้อย่างไรกัน
ปีศาจ พลังความสามารถของเขามันไปถึงขั้นใดกันแล้วแน่?
ไป๋อู๋ห่ายไม่กล้าทดสอบอย่างบุ่มบ่ามอีกต่อไปแล้ว ส่วนอาถิงกลับมองไปที่เฟิงอวิ๋นซิวอย่างพิจารณา
เขาพึมพำอยู่ในใจ เจ้าเด็กนี่หน้าตาก็ไม่ได้เท่าไรนี่ นางผู้หญิงบ้านั่นสายตาเป็นอะไรกัน
โชคดีที่มู่เฉียนซีได้ให้เขาพูดจาน้อย ๆ มิเช่นนั้นแล้วทันทีที่เขาเปิดปากขึ้นกล่าวเกรงว่าคงจะทำให้ภาพลักษณ์ของหมอปีศาจพังทลายลง
เหมือนว่าเฟิงอวิ๋นซิวเองก็จะสัมผัสได้ถึงสายตาอันไม่เป็นมิตรของอาถิง และปรากฏว่าเขาก็ได้ยินเสียงอันเย็นเฉียบเสียงหนึ่งลอยมาที่ข้างหู
“เจ้าอยู่ให้ห่างจากนางหน่อย”
เฟิงอวิ๋นซิวกล่าว “ข้าเป็นเพื่อนกับมู่เฉียนซี
“นั่นก็ไม่ได้!”
“เฉียนซีโตแล้ว มีความคิดเป็นของตนเอง หมอปีศาจก็จะยุ่งย่ามมากไปหน่อยแล้วหรือไม่? ไม่ทราบว่าเจ้ามีความสัมพันธ์อะไรกับมู่เฉียนซี?” ถึงแม้ว่าจะเคยได้ยินคำตอบของเฉียนเยี่ยมาแล้ว แต่เขาก็ยังอยากที่เป็นผู้ถามเจ้าตัวด้วยตัวเอง
มุมปากของอาถิงค่อยยกขึ้นเล็กน้อย “ข้าสามารถที่จะยุ่งได้ บนโลกนี้ไม่มีผู้ใดมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับนางไปมากกว่าข้าแล้ว เ