จ้าล้มเลิกความคิดนั้นเสียเถอะ!”
ดวงตาสีเหลืองอำพันนั้นหม่นหมองลงไปพลัน เป็นความจริง?
“อายุของหมอปีศาจดูจะไม่เหมาะสมกับมู่เฉียนซีกระมัง!”
“มีอะไรไม่เหมาะสม หากนางชอบแค่เพียงอายุขวบปี ข้านั้นดูจะยังเยาว์วัยกว่าเจ้า มันมีตรงไหนไม่เหมาะสม”
เมื่อพบกับคำตอบของอาถิง เฟิงอวิ๋นซิวก็เป็นใบ้กล่าวไม่ออกไปอยู่บ้าง
“เจ้าอยากได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไปครอบครอง ข้าว่าเจ้าล้มเลิกความคิดจะดีกว่านะ กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ หากผู้ใดได้มันไป คนผู้นั้นก็จะต้องตาย ดวงจิตจะถูกกลืนกินจนดับสลาย เมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้นางอยากช่วยเจ้าก็คงจะช่วยไม่ได้แล้ว”
เขารู้ดีว่ากระบี่วิญญาณมังกรเพลิงพิฆาตนั้นโหดร้ายขนาดไหน ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่ามีเขาและพี่สาวของเขาอยู่ อีกทั้งยังมีจิ่วเยี่ยด้วยนั้น เขาคงไม่วางใจให้นางผู้หญิงบ้าได้กระบี่มังกรเพลิงมาอย่างแน่นอน
“ข้าจะไม่ยอมแพ้” เฟิงอวิ๋นซิวกำหมัดเอาไว้แน่น
“อย่าได้ดื้อรั้นในเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาขวางหูขวางตานาง” อาถิงกล่าวอย่างใจร้อน
ทั้งสองนั้นมีเป้าหมายเดียวกัน เรื่องของการเผชิญหน้ากันในภายหลังนั้นคงจะขาดไม่ได้
เฟิงอวิ๋นซิวยังคงมีอะไรที่อยากจะกล่าวออกมาอีก แต่ทันใดนั้นเสียงกลองก็ได้ลอยมา
“เริ่มการประชุมนักปรุงยาในรอบอายุร้อยปี ขอให้นักปรุงยาทุกท่านขึ้นบนแท่นปรุงยา”
อาถิงกล่าวอย่างเกียจคร้าน “ไม่พูดไร้สาระกับเจ้าแล้วไอ้หนู นางกำลังจะแข่งขันแล้ว”